ชีวิตยักษ์ไม่ใช่เรื่องง่าย
ประเด็นการลงทุน
แม้ว่าเราประมาณการกำไรหลักของ PSH ปี 2560 เติบโต 8% ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม แต่เรามองว่าไม่ง่ายนักสำหรับบริษัทเนื่องจากความชัดเจนของรายได้ต่ำและเทียบจากฐานสูงของทั้งยอดจองซื้อและรายได้ที่เป็นมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มในปี 2559 ที่ผานมา ทั้งนี้เรามองว่า PSH อาจต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ว่าสามารถสร้างการเติบโตของทั้งยอดจองซื้อใหม่และการโอนจากนี้นี้แม้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้เรามองว่ามีเพียงมูลค่าหุ้นที่ต่ำที่น่าจะช่วยพยุงราคาหุ้นไม่ให้ปรับตัวลดลงไปมากอย่างมีนัยสำคัญได้ เนื่องจาก PSH ซื้อขายอยู่ในระดับ PER ปี 2560 ที่เพียง 7.9 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2549-2559 ที่ 9 เท่า) ทำให้เรายังคงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 24 บาทต่อหุ้น (ปรับลดลงจาก 25 บาท) เพื่อสะท้อนการปรับลดประมาณการกำไร อ้างอิงจาก เป้าหมาย PER ที่ 8 เท่า
ปรับลดประมาณการกำไร
ผลงานภาพรวมของ PSH ในปี 2559 นั้นมีแนวโน้มต่ำกว่าที่เราและตลาดมองไว้ก่อนหน้านี้ค่อนข้างมาก โดยเราคาดยอดจองซื้อปี 2559 อยู่ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท (แบ่งเป็นโครงการบ้านแนวราบ 74% คอนโด 26%) เพิ่มขึ้น 5% YoY แต่ต่ำกว่าแผนธุรกิจของบริษัทอยู่ถึง 13% โดยยอดจองซื้อโครงการบ้านเดี่ยวต่ำกว่าเป้าหมายบริษัทอยู่ถึง 25% และยอด
จองซื้อโครงการคอนโดต่ำกว่าแผนถึง 20% ทั้งนี้เราปรับลดประมาณการกำไรหลักลง 5% สำหรับปี 2559 และ 3% สำหรับปี 2560 เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการรายได้ที่อยู่อาศัยลดลง โดยปรับลดลงจาก 4.8 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาทสำหรับปี 2559 และจาก 5.1 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ 4.9 หมื่นล้านบาทสำหรับปี 2560
แนวโน้มผลงานและปันผลในระยะสั้น อยู่ในระดับปานกลาง
เราคาดยอดจองซื้อไตรมาส4/59 อยู่ที่ 9.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% YoY แต่ลดลง 25% QoQ (ประมาณการค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มอสังหาฯที่เราวิเคราะห์ประมาณทรงัตัว QoQ) โดยเราคาดกำไรหลักสำหรับไตรมาส 4/59 อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท ลดลง 28% YoY แต่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว QoQ จากฐานต่ำที่ต่ำมากสำหรับกำไรเพียง 928 ล้านบาทในไตรมาส
3/59 (เป็นกำไรไตรมาส 4/59 ที่แนวโน้มสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ปรับตัวลดลง YoY แต่ขยายตัว QoQ) ทั้งนี้เราคงสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 50% เราคาดอัตราเงินปันผลต่อหุ้นที่เหลือ 0.80 บาท สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผลในระดับปานกลางที่ 3.4% (สูงสุดเป็นอันดับที่ 5 จาก
หุ้นที่เราวิเคราะห์ทั้งหมด 9 บริษัท)
เป้าหมายโตต่อเนื่องสำหรับแผนธุรกิจปี 2560
PSH มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 72 โครงการในปี 2560 ด้วยมูลค่า 6.1 หมื่นล้านบาท (คิดเป็นโครงการบ้านแนวราบ 80% และคอนโด 20%) เทียบกับเปิดตัว 69 โครงการ ด้วยมูลค่า 6 หมื่นล้านบาทในปี 2559 โดยบริษั่ทมีแผนธุรกิจตั้งเป้าหมายยอดจองซื้อเติบโตที่ 19% ในปี 2560 เพื่อทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติกาลที่ 5.3 หมื่นล้านบาท (โครงการบ้าน
แนวราบ 69% และคอนโด 31%) โดยวางแผนดันยอดจองซื้อของโครงการบ้านแนวราบเติบโตที่ 11% มาอยู่ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเรามองว่าน่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้จากฐานต่ำมากในปีที่แล้วปี 2559 ที่เพียง 3.3 หมื่นล้านบาท แต่ยอดจองซื้อโครงการคอนโดที่คาดหมายว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 42% มาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาทในปี 2560 นั้นนับว่าต้องใช้ความสามารถค่อนข้างมากและยังคงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ นอกจากนี้เป้าหมายรายได้ปี 2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9% มาอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่เราคาด 2% และนี่เป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับบริษัทเนื่องจากเราคาดว่ายอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นปี 2559 จะคิดเป็นเพียง 28% ของเป้าหมายรายได้ของบริษัท
มุ่งสินค้าระดับบนมากขึ้นเพื่อหนุนกำไรตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป
PSH มีกลยุทธ์เพิ่มเติมที่สำคัญในปี 2560 คือมุ่งเป้าขยายตัวไปสู่ตลาดระดับมากขึ้นในปีนี้ ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ระดับบน 6 โครงการ ด้วยมูลค่ารวม 9.9 พันล้านบาท (แบ่งเป็นโครงการคอนโดระดับบน 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8.8พันล้านบาท และโครงการบ้านแนวราบระดับบน 1 โครงการ มูลค่า 1.1 พันล้านบาท) โดยโครงการระดับบนนั้นคาดจะคิดเป็น 8% ของยอดจองซื้อรวมในปี 2560 และ 4% ของรายได้ในปี 2560 อย่างไรก็ตามในอีก 3 ปีข้างหน้า PSH มีแผนที่จะปรับเพิ่มสัดส่วนโครงการระดับบนเป็นสูงที่ประมาณ 30% ของภาพรวมของบริษัท โดยเรามองว่าโครงการระดับบนมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทในปัจจุบันเนื่องจากต้นทุนที่ดินเก่าที่ถูกจากการซื้อที่ดินมาเมื่อ 2-3 ปีก่อน โดยโครงการคอนโดระดับบนจะเริ่มโอนอย่างมีนัยสำคัญในปี 2562 และกลยุทธ์เน้นสินค้าระดับบนมากขึ้นเพื่อหนุนการเติบโต
ของกำไรให้มีความชัดเจนสูงตั้งแต่ในปี 2562 เป็นต้นไป







