ปตท.สผ.ปี 59 พลิกมีกำไรสุทธิ 12,860 ล้าน ไร้ขาดทุนด้อยค่าสินทรัพย์กดดันเหมือนปี 58 โชว์เงินสดในมือกว่า 4 พันล้านดอลลาร์พร้อมลงทุนตามแผนงาน
นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)PTTEP เปิดเผยว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 12,860 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ขาดทุนสุทธิ 31,590 ล้านบาท ซึ่งในปี 2558 มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 1,385 ล้านดอลลาร์ จากราคาน้ำมันที่ตกต่ำ ในขณะที่ปี 2559 มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าฯ เพียง 47 ล้านดอลลาร์
ขณะที่รายได้ปี 2559 อยู่ที่ 152,745 ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 เป็นผลจากการปรับลดของราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยซึ่งลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลกมาอยู่ที่ประมาณ 35.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปีก่อนหน้าที่ 45.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนของปริมาณการขายนั้นทำได้ตามแผนที่ 319,521 บาร์เรล ต่ำกว่าปี 2558 ที่ระดับ 322,167 บาร์เรล แต่จากการควบคุมต้นทุนทำให้ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ลดมาอยู่ที่ 30.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงจากปี 2558 กว่า 20%
บริษัทจะจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2559 ที่ 3.25 บาทต่อหุ้น โดยก่อนหน้าจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรก ในอัตรา 0.75 บาทต่อหุ้น จึงคงเหลือเงินปันผลอีก 2.50 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 เม.ย. 2560
สำหรับแผนงานปีนี้ ยังคงมุ่งเน้นที่จะรักษาระดับการผลิตของโครงการในไทย คาดว่าปริมาณการขายเฉลี่ยปี 2560 อยู่ที่ประมาณ 312,000 บาร์เรล และจะพยายามรักษาต้นทุนต่อหน่วยให้อยู่ในช่วง 30-31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในครึ่งปีแรกของปี 2560 มองว่าน่าจะอยู่ในช่วง 50-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกและกลุ่มนอกโอเปก โดยในครึ่งปีหลัง ราคาน้ำมันคงจะยังผันผวน ซึ่งต้องติดตามปัจจัยต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบ เช่น ความเคลื่อนไหวของกลุ่มโอเปก นโยบายทางด้านธุรกิจพลังงานของผู้นำสหรัฐอเมริกาคนใหม่
สิ้นปี 2559 บริษัทมีเงินสดในมือกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ที่พร้อมใช้จ่ายตามแผนการลงทุน รวมถึงโอกาสทางธุรกิจเพื่อการพัฒนาและเติบโตยั่งยืน ขณะเดียวกันจะลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเพื่อให้บริษัทมีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำ รองรับกับราคาน้ำมันในทุกสถานการณ์






