วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เชนโรงแรมใหญ่ปรับตัวรับเทรนด์‘แชริ่งอีโคโนมี’

ในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวไทยปีนี้ กระแส Sharing Economy หรือเศรษฐกิจแบ่งปัน เข้ามามีบทบาททำตลาดช่วงชิงกลุ่มนักท่องเที่ยวกับธุรกิจแบบดั้งเดิม

โดยเฉพาะกลุ่ม “ที่พัก” ซึ่งมีแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกอย่างเข้ามามาเป็น “ตัวกลาง” ให้เจ้าของบ้าน “แบ่งปัน” ที่พักร่วมกับนักเดินทางจากต่างถิ่นได้

ภายในงาน “ไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม ฟอรั่ม” (ทีทีเอฟ) ครั้งที่ 6 จัดโดยหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย จึงสะท้อนสถานการณ์ดังกล่าว ออกเป็นการสัมมนาภายใต้หัวข้อ “The Sharing Economy Meets The Land of Smiles” โดยผู้บริหารแบรนด์โรงแรมชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ยังคงแสดงความเชี่อมั่นว่า การเข้ามาของธุรกิจแนวใหม่ น่าจะส่งผลดีในแง่ที่ทำให้ผู้ประกอบการรายเดิมรู้จัก “ปรับตัว” เพื่อรับกับเทรนด์ของโลกที่หมุนเปลี่ยนไป

 ปีเตอร์ เฮนลีย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า เชื่อว่าการเข้ามาของธุรกิจที่พักซึ่งนำเสนอบริการในแนวทางแชริ่ง อีโคโนมีนั้น จะเป็นประโยชน์ทำให้กลุ่มธุรกิจโรงแรมต้องรู้จักปรับตัว และเข้าไปศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าสมัยมากขึ้นว่ามีความต้องการอย่างไร มีปัจจัยอย่างไรที่ทำให้ธุรกิจ Peer-to-Peer หรือการแลกเปลี่ยนระหว่างเจ้าของสินค้าและผู้บริโภคโดยตรงประสบความสำเร็จ นอกจากนั้น หากมองในภาพรวมธุรกิจ การเติบโตของธุรกิจแชริ่ง ยังทำให้สินค้าท่องเที่ยวมีความกว้างขวางและหลากหลายมากขึ้นด้วย ขณะที่กลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจเหล่านั้น ก็อาจจะถือเป็นกลุ่มใหม่ที่ไม่ได้มีผลกระทบในการช่วงชิงฐานตลาดเดิมของกลุ่มลูกค้าของโรงแรมแต่อย่างใด

“หากใช้ปรัชญาแบบก๊อดฟาเธอร์ ดังนั้นการเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในแง่ของการไว้เรียนรู้และปรับตัว และศึกษาพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มใหม่ว่าชื่นชอบอะไร ถือเป็นประโยชน์ในการนำไปพัฒนาธุรกิจของตัวเองในอนาคต”

ขณะที่ ลิม บูน กวี ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า เชื่อว่าการเกิดขึ้นของธุรกิจในแนวแบ่งปัน ช่วยขับเคลื่อนการใช้นวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจ และทำให้เกิด “ความคิดต่าง” ที่จะช่วยผลักดันการท่องเที่ยวให้ขยายตัว และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ดังนั้น แทนที่จะมองว่าธุรกิจดังกล่าวจะน่ากลัวหรือเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาด แต่กลุ่มโรงแรมสามารถมองธุรกิจรูปแบบใหม่นี้เป็นบทเรียนให้มาปรับตัวเรื่องประสิทธิภาพการให้บริการมากกว่า

ลิม กล่าวว่า ไม่มีความกังวลว่าธุรกิจแบ่งปันจะกระทบต่อโรงแรมเนื่องจากมีโฟกัสที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลูกค้าที่เลือกกลุ่มโรงแรมเพราะต้องการความมั่นใจ 3 เรื่อง คือ บริการ, ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ซึ่งธุรกิจแบ่งปันบ้านพักยังมีช่องวางด้านบริการดังกล่าว โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยที่ยังเป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในการตัดสินใจเลือกที่พัก

“กลุ่มธุรกิจระดับ 4-5 ดาวไม่ได้รับผลกระทบจากการขยายธุรกิจบ้านพักแบบ Peer-to-Peer มากนัก แต่กลุ่มที่จะกระทบมากกว่าคือโรงแรมที่เจาะตลาดระดับล่างลงมา ดังนั้น เมื่อเทรนด์ดังกล่าวแพร่ขยายเข้ามาแล้ว สิ่งที่ต้องเร่งทำคือ จะต้องปรับปรุงบริการอย่างไรให้แข่งขันได้ โดยจุดเด่นของธุรกิจดังกล่าวคือ ไม่ได้เป็นเจ้าของที่พักโดยตรง แต่สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเองที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา เช่นเดียวกับธุรกิจออนไลน์ ทราเวล เอเยนต์ (โอทีเอ) ที่ใช้แนวคิดเดียวกันมาตีตลาด สิ่งสำคัญสำหรับกลุ่มโรงแรมจึงเป็นการหันมายกเครื่องระบบออนไลน์ขยายช่องทางการจำหน่ายของตัวเอง สร้างเครือข่ายรวบรวมให้ชัดเจน มีระบบลอยัลตี้เพื่อดึงดูดลูกค้ามาใช้บริการในเครือข่ายของตัวเองซ้ำ ในลูกค้า 10 คนที่มาเข้าพักกับโรงแรม หากสามารถทำให้มาใช้บริการซ้ำได้ 3 คนก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว”

วิคเตอร์ ปัง รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ประเทศไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา  แอคคอร์โฮเทล กล่าวว่า ความนิยมของธุรกิจในเชิงแบ่งปัน ทำให้กลุ่มโรงแรมต้องทบทวนและไม่หยุดยั้งในการสร้างสรรคธุรกิจใหม่ๆ โดยกลุ่มแอคคอร์เอง นอกเหนือจากการขยายกิจการอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาด้วยการควบรวมกิจการกับกลุ่มโรงแรมใหญ่ต่างๆ ยังมีการ “พัฒนาแบรนด์ของตัวเอง” ขึ้นมาใหม่ ได้แก่ “โจแอนด์โจ” ซึ่งเป็นแนวคิดของแบรนด์ที่รวมจุดเด่นของรูปแบบการให้เช่าห้องพักแบบส่วนตัว โฮสเทล และโรงแรมไว้ด้วยกัน เพื่อเจาะตลาดมิลเลนเนียลส์โดยเฉพาะ รวมถึงนักท่องเที่ยวภายในประเทศด้วย ตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการให้ได้ 50 แห่งภายในปี 2563

“สิ่งที่เซบาสเตียน บาแซง สเตียน บาแซ็ง ประธานกรรมการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร แอคคอร์โฮเทล กล่าวไว้อย่างน่าสนใจคือ การขยายธุรกิจโรงแรมไปที่ใดก็ตาม สิ่งที่ไม่ควรละเลยคือลูกค้าภายในท้องถิ่นนั้นๆ ที่อาศัยอยู่รอบๆ ซึ่งจะเป็นตลาดสำคัญที่จะช่วยอุดหนุนธุรกิจ ไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น”

ลีแอนน์ ฮาร์วูด รองประธานฝ่ายปฏิบัติการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเทลส์ กรุ๊ป (ไอเอชจี) กล่าวว่า นอกจากประเมินว่าธุรกิจแบ่งปันจะไม่ได้เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวแล้ว ยังเชื่อมั่นด้วยว่าเซกเมนต์ของโรงแรมระดับลักชัวรียังคงมีศักยภาพในการเติบโตมาก โดยเฉพาะในไทยและเวียดนาม ซึ่งจำนวนห้องพักที่เติบโตขึ้นยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องรับได้กับการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง

  ททท.จัดสัมมนาชูตัวอย่างธุรกิจ ‘แบ่งปัน’

สันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวได้รู้จักแง่มุนของ Sharing Economy มากขึ้นเพื่อเป็นแนวทางรับมือ และเตรียมใช้แนวคิดดังกล่าวมาสร้างสรรค์ปรับแต่งธุรกิจของตัวเองให้เข้ากับยุคสมัย ดังนั้น ในการเตรียมจัดงานสัมมนาท่องเที่ยวมั่นคง สู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน ครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสที่ 26 ม.ค.นี้ ที่โรงแรมดุสิตธานี จึงวางแนวคิดหลักคือ “พลังแห่งการเดินทางท่องเที่ยว : เชื่อมโยง แบ่งปัน สร้างสรรค์สังคม” (Power of Tourism : Sharing Caring and Connecting) โดยมีหัวข้อในการสัมมนา อาทิ การท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ตามโครงการพระราชดำริ โดยสมบูรณ์ วงค์กาด รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.), การพัฒนาการท่องเที่ยวในโครงการพัฒนาดอยตุง โดย ม.ล.ดิศนัดดา ดิศกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

รวมถึงการเปิดเวทีสำหรับกลุ่ม “สตาร์ทอัพ” ที่ทำธุรกิจภายใต้แนวคิดแบ่งบัน เช่น อลิสา นภาทิวาอำนวย ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทโซเชียลโมชั่น จำกัด เจ้าของโครงการโซเชียลกิฟเวอร์ และศานนท์ หวังสร้างบุญ ผู้ร่วมก่อตั้ง วันซ์ อะเกน โฮสเทล ที่วางแนวคิดการพัฒนาชุมชนควบคู่กับที่พักแรม เป็นต้น