วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SC - ถือ

ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงคำแนะนำ ถือ สำหรับ SC จากอัตราตอบแทนปันผลสูงที่สุดในบรรดาหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราของปี 2559 และมูลค่าหุ้นที่ยังคงถูกใกล้เคียงกับมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น แม้ว่าเรา มองว่า SC มีแนวโน้มผลประกอบการที่เติบโตดีในปี 2561-2562 แต่น่าจะเป็นปีที่ค่อนยากลำบากสำหรับบริษัทในปี 2560 โดยเราคาดกำไรหลักปี
2560 ปรับตัวลดลง 7% (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯปรับตัวขึ้น 6%) ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2560 (คิดด้วยวิธี SOTP) อยู่ที่ 3.80 บาท เพิ่มขึ้นจาก 3.60 บาท เพื่อสะท้อนมูลค่าของอาคารสำนักงานแห่งใหม่ โดยอ้างอิงราคาจากเป้าหมาย PER ของธุรกิจอสังหาฯที่ 7 เท่า (สำหรับค่าเฉลี่ยในปี 2549-2559) และมูลค่าสินทรัพย์ให้เช่าที่ 1.1 บาทต่อหุ้น
(คิดลดจากราคาประเมิน 30%) โดยเรามีมุมมองต่อระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมให้แก่นักลงทุนกลับมาซื้อ SC อีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2560

เป้าหมายยอดจองซื้อปี 2560 เติบโตเชิงรุก แต่รายได้ทรงตัว

แม้ว่าเป้าหมายยอดจองซื้อปี 2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 38% มาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (คิดเป็นโครงการบ้านแนวราบ 62.5% และโครงการคอนโด 37.5%) เป้าหมายรายได้รวมอยู่ที่ 1.48 หมื่นล้านบาทสำหรับปี 2560 ซึ่งทรงตัว YoY เมื่อเทียบกับประมาณการของเราปี 2559 เราคาดรายได้ที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท ทรงตัว YoY สำหรับปี 2560 คิดเป็นเพียง 7% จากการรับประกันโดยงานที่รอรับรู้รายได้ ณ สิ้นปี 2559 อาคารสำนักงานแห่งใหม่ หรือ SC Tower จะเพิ่มพื้นที่ให้เช่าแก่ SC อีก 12% และรายได้จากพื้นที่ให้เช่าปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 6% มาอยู่ที่ 823 ล้านบาท

รุกโครงการแนวราบอย่างหนักหน่วงในปีนี้

SC จะต้องเห็นยอดขายโครงการบ้านแนวราบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพื่อบรรเทารายได้จากโครงการคอนโดที่ปรับตัวลดลงจาก 6 พันล้านบาทในปี 2559 (จากประมาณการของเรา) หากไม่รวมถึงโครงการ 28 Chidlom (มูลค่าโครงการ 8 พันล้านบาท, เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการแก่ลูกค้า VIP ในไตรมาส4/59) แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2560
ปรับตัวลดลง 22% มาอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท โดยจะมีเพียงคอนโดขนาดเล็ก Chamber Cher (มูลค่าโครงการ 780 ล้านบาท) เปิดตัวในปี 2560 เมื่อเทียบกับการเปิดตัวโครงการคอนโดที่มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2559 ในขระที่บริษัทวางแผนเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบสูงถึง 15 โครงการ มูลค่าโครงการรวมสูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาทในปี 2560 เพิ่มขึ้น
ถึง 50 % จากปีที่แล้ว (แบ่งตามรายไตรมาส ดูรูปประกอบที่ 2) โดย SC จะยังคงเป้าหมายครึ่งหนึ่งของโครงการบ้านแนวราบที่ตลาดระดับกลางถึงระดับบน (มูลค่า 5-20 ล้านบาท) แต่จะเพิ่มสัดส่วนตลาดระดับกลาง ล่าง(ล่าง)เป็นส่วนใหญ่มาอยู่ที่ 17% ของมูลค่าโครงการแนวราบทั้งหมดในปี 2562 จาก 10% ในปี 2559 โครงการบ้านแนวราบทั้งหมดจะถูก
สร้างไว้ล่วงหน้า (ก่อสร้างเสร็จก่อนเปิดขาย)


กำไรที่ต้องการฝ่าฝันในปี 2560

เราคาดกำไรหลักไตรมาส4/59ปรับตัวลดลง YoY และ QoQ เนื่องจากฐานสูงในไตรมาส4/58 (กำไรหลักรายไตรมาสสูงสุดเป็นอันดับที่สองในประวัติศาสตร์) โครงการคอนโดที่สร้างเสร็จแล้วซึ่งเริ่มมีกำหนดการโอนจะปรับตัวลดลงจาก 5.7 พันล้านบาทในปีที่แล้วมาอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาทในปี 2560 (มูลค่าโครงการ Chamber Chann อยู่ที่ 930 ล้านบาท เริ่มโอนได้ในไตรมาส3/60 และโครงการ Cher เริ่มโอนได้ในไตรมาส4/60) ทำให้เราคาดว่ากำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 จะลดลง YoY ทั้งนี้บริษัทยังมีฐานกำไรทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 2/59 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เราคาดอัตราเงินปันผลต่อหุ้นอยู่ที่ 0.19 บาท โดยจะประกาศเครื่องหมาย XD ในเดือนเม.ย. 2560) ทั้งนี้เราคาดยอดจองซื้อในไตรมาส
4/59 อยู่ที่ 4 พันล้านบาท ลดลง 3% YoY แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยที่ 84% QoQ


การเติบโตของกำไรเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2561

หลังจากฝ่าฟันอุปสรรคในปี 2560 เราคาดการเติบโตของกำไรอย่างมีนัยสำคัญมาจากกำหนดการโอนโครงการคอนโดขนาดใหญ่ในปี 2561-2562 ได้แก่ โครงการ Saladaeng One (มูลค่าโครงการ 4.7 พันล้านบาท) และ BEATNIQ (มูลค่าโครงการ 4 พันล้านบาท) จะเริ่มโอนได้ในปี 2561 และโครงการ 28 Chidlom (มูลค่าโครงการ 8 พันล้านบาท) จะเริ่มโอนได้ในปี 2562 คาดรายได้จากคอนโดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 3 พันล้านบาทในปี 2560 มาอยู่ที่ 5 พันล้านบาทในปี 2561 ดังนั้น เราคาดว่ากำไรหลักจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 17% สำหรับปี 2561 โดยบริษัทยังมุ่งสู่เป้าหมายรายได้รวมสำหรับปี 2562 อยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท อ้างอิงจากอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมของรายได้ต่อปี