วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สิงคโปร์หนุนท่องเที่ยวทางเรืออาเซียน

สิงคโปร์ ยึดเวทีอาเซียน ประกาศหนุนสมาชิกพัฒนาท่องเที่ยวทางเรือร่วม หวังยกภาพลักษณ์สู่แคริบเบียนแห่งตะวันออก 

นายโอลิเวอร์ ชอง ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสื่อสารและการตลาด การท่องเที่ยวสิงคโปร์ (เอสทีบี) กล่าวว่า ในการเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วม "วิสิท อาเซียน แอท ฟิฟตี้" ของสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศระหว่างการจัดงานอาเซียน ทัวริซึ่ม ฟอรั่ม (เอทีเอฟ) เพื่อฉลองความร่วมมือครบรอบ 50 ปีของอาเซียน และพัฒนาความร่วมมือยกระดับภูมิภาคเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งเดียวร่วมกัน เพื่อดึงดูดตลาดที่มีศักยภาพทั้งในภายในภูมิภาค และตลาดนอกภูมิภาคที่มีกำลังซื้อนั้น สิงคโปร์ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นประเทศผู้นำในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางเรือ (ครุยส์) เตรียมส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกร่วมกันพัฒนาเส้นทางเดินเรือ รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการรองรับ เช่น ท่าเรือและอาคารผู้โดยสารที่มาตรฐานเพื่อรองรับตลาด พร้อมกับจะช่วยกระตุ้นให้บริษัทนำเที่ยวหันมาขายเส้นทางเดินเรือในอาเซียนมากขึ้น

จากการสำรวจอุตสาหกรรมครุยส์ทั่วโลกขององค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีการเติบโตเฉลี่ย 7.5% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของการท่องเที่ยวทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 3.8% ต่อปี โดยในประเทศเอเชียคาดการเติบโตสูงกว่า 10% ขึ้นไป ตามแนวโน้มของบริษัทเดินเรือ (Cruise Lines) ที่เริ่มมองหาเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ มากขึ้น และมีการประเมินศักยภาพเส้นทางเดินเรือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าสามารถยกระดับเป็น "แคริบเบียนแห่งตะวันออก" ได้ หากมีการพัฒนาทั้งโครงสร้างและการตลาดที่สอดรับ

"สิงคโปร์มีความพร้อมรับตลาดท่องเที่ยวทางเรือ มีครุยส์เซ็นเตอร์ 2 แห่งที่รองรับการเดินเรือขนาดใหญ่ได้ ปัจจุบันมีลูกค้าที่เริ่มสนใจแนวทางท่องเที่ยวนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากอินเดียและออสเตรเลีย แต่การพัฒนาท่องเที่ยวทางเรือเป็นตลาดที่ต้องทำงานร่วมกันในอาเซียน ดังนั้นในกรอบความร่วมมือของอาเซียน จะต้องผลักดันให้สมาชิกสามารถวางแนวทางการพัฒนาร่วม การหาเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับการเดินเรือ การสนับสนุนให้แต่ละประเทศพัฒนาท่าเรือเพื่อให้มีจุดจอดมากขึ้น และผลักดันให้เอเยนต์ทัวร์หันมาขายเส้นทางเดินเรือในอาเซียนมากขึ้นด้วย"

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวทางเรือจะเป็นหนึ่งเส้นทางที่อาเซียนพัฒนาร่วมกัน เพื่อเป้าหมายสร้างรายได้รวมในภูมิภาคภายในปี 2560 ให้ถึง 4.3 แสนล้านบาทจากนักท่องเที่ยวต่างภูมิภาค และมีเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว 121 ล้านคน 

นอกจากนั้น สิงคโปร์มีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวครุยส์ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย โดยภายใต้การจัดตั้งกองทุนพัฒนาท่องเที่ยว (Tourism Development Fund) งบประมาณราว 700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (1.7 หมื่นล้านบาท) ซึ่งมีระยะเวลา 5 ปี (2559-2563) นั้น วางแผนการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว (Tourism Product Development Scheme) ด้วยการส่งเสริมกองทุนการพัฒนาด้านครุยส์ หรือ Cruise Development Fund ขึ้นมาโดยเฉพาะ มีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาท่าเรือแห่งใหม่หรือการปรับปรุงขยายขีดความสามารถในการรองรับของท่าเรือเดิมที่มีอยู่ และขยายการสนับสนุนตลาดครุยส์จากเดิมที่ทำงานร่วมกันเฉพาะบริษัทเดินเรือ ให้ขยายครอบคลุมไปถึงบริษัทนำเที่ยว, อีเวนท์ ออกาไนเซอร์ หรือผู้จัดอีเวนท์ต่างๆ ในการเช่าเรือเพื่อเดินทางออกจากท่าที่สิงคโปร์

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ไทยมีโอกาสขยายขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวทางเรือในเส้นทางทะเลอาเซียนได้ ซึ่งนอกจากการผลักดันภาคใต้ของไทย ที่อ่าวปอ จ.ภูเก็ต ให้เป็นตลาดซื้อ-ขายสินค้าท่องเที่ยวทางทะเลผ่านการจัดมหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ไทยแลนด์ ยอร์ช โชว์ ไปแล้ว 2 ครั้ง ยังมองศักยภาพในระยะยาวในการพัฒนาท่าเรือในฝั่งตะวันออก ที่จะรองรับการเดินทางเข้ามาฝั่งอ่าวไทยขึ้นอีกจุด เนื่องจากรัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development) พร้อมกับอนุมัติกรอบลงทุนราว 3 แสนล้านบาทแล้วสำหรับการพัฒนา 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา นั้น ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบให้เป็นจุดจอดเรือยอร์ช ประกอบกับวางแผนการขยายท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดด้วย

"ไทยไม่ได้มองประเทศอาเซียนเป็นคู่แข่ง แต่เชื่อว่าแต่ละประเทศสามารถใช้จุดแข็งมาเสริมให้การท่องเที่ยวของแต่ละประเทศมาช่วยเสริมให้ภาพรวมระดับภูมิภาคมีความน่าสนใจในฐานะจุดหมายเดียวได้" นายยุทธศักดิ์ กล่าว