วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘บล.เคทีบี’ เร่งแผนเข้าตลาด

บล.เคทีบี คาดเข้าตลาด "ปี62" จากเดิมกำหนดเข้าในอีก 5 ปี หวังนำเงินขยายฐานธุรกิจและเพิ่มบริการให้ลูกค้าอย่างหลากหลายเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล. เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด KTBST กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้เร็วกว่าแผนเดิม โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนได้ใน 2-3 ปี หรือในปี 2561-2562 ขณะที่แผนเดิม เคยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ใน 3-5 ปี สาเหตุที่เลื่อนการเข้าตลาดเร็วขึ้น มาจากบริษัทต้องการเงินทุนในการขยายธุรกิจ

“แผนการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้นน่าจะเร็วขึ้นจากเดิมที่เราคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เหตุเพราะบริษัทต้องการเงินทุนเพื่อขยายการให้บริการในด้านอื่นๆ ทั้งการขายกองทุน ซึ่งที่ผ่านมาผลประกอบการของบริษัทก็ออกมาดีกว่าที่คาดไว้”

ผลประกอบการของบริษัทในปีที่ผ่านมา สามารถพลิกมามีกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี จากการปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ทั้งการไม่แข่งขันอัตราค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้อัตราค่าคอมมิชชั่นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีบัญชีที่เคลื่อนไหวเป็นประจำเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7,000 บัญชีจากเดิมที่ระดับ 2,000 บัญชี

ทั้งนี้เป้าหมายของบริษัทในปี 2560 จะยังคงไม่เน้นการแข่งขันค่าคอมมิชชั่นเช่นเดิม แต่จะขยายการให้บริการในด้านอื่นๆ มากขึ้น ทั้งการเปิดการซื้อขายในตลาดหุ้นหุ้นต่างประเทศ และเปิดระบบการซื้อขายแบบอัตโนมัติ ทั้งในตลาดหุ้นไทย และตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งบริษัทยังมั่นใจว่าในปี 2560 กำไรของบริษัทจะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง

ในเบื้องต้น บริษัทได้เปิดให้บริการการลงทุน KTBST - Islamic Wealth Management Service เพื่อให้บริการลูกค้าในกลุ่มมุสลิมมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาตลาดดังกล่าวเป็นตลาดที่ใหญ่ มีผู้ที่พร้อมลงทุนมากกว่า 1 ล้านราย แต่ไม่ได้มีบริษัทหลักทรัพย์ใดที่เน้นการให้บริการลูกค้าดังกล่าว ซึ่งการเปิดให้บริการของบริษัทเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุน สามารถลงทุนได้ตามหลักศาสนา โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชะรีอะฮ์ ขึ้นมาเพื่อทำให้หน้าที่กำกับดูแลให้ผลิตภัณฑ์และบริการเป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์ และพิจารณาคัดเลือกหุ้นที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม หรือ ฮาลาล 

นอกจากการให้บริการด้านกองทุนส่วนบุคคลแล้ว ยังได้เปิดให้บริการการซื้อขายหลักทรัพย์ อัตโนมัติ (Islamic Smart Algo) ซึ่งหลังจากเปิดการซื้อขายดังกล่าว มีผู้ที่สนใจเข้ารับบริการแล้วกว่า 300 บัญชี โดยเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้าคาดหวังจะมีจำนวนบัญชีทั้งสิ้น 2,500 บัญชี