วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประเดิมแก้หนี้นอกระบบก.พ.นี้

ออมสิน เตรียมเปิดตัวโครงการแก้หนี้นอกระบบก.พ.นี้ หวังเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ เปิดช่องคนที่ติดเครดิตบูโร ยื่นกู้ใหม่

ได้หากมีความสามารถผ่อนชำระ พร้อมเตรียมบัตร “บีเพิลการ์ด” รองรับกลุ่มที่ต้องการวงเงินฉุกเฉิน

นายชาติชาย พยุหานาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในเดือนก.พ.นี้รัฐบาลจะเปิดตัวโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างบูรณาการและเบ็ดเสร็จ ในส่วนของธนาคารออมสินนั้นได้เตรียมพร้อมไว้หลายโครงการ ทั้งการให้กู้เพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบวงเงิน 5 หมื่นบาทต่อราย โครงการบัตรพีเพิลการ์ด สำหรับผู้ที่ต้องการเงินฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อราย

“ออมสินพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งมีทั้งการให้สินเชื่อเพื่อเปลี่ยนจากหนี้นอกระบบเข้ามาเป็นหนี้ในระบบ และสามารถใช้บัตรพีเพิลการ์ดเข้ามาเสริมได้ เช่น ได้วงเงินจากพีเพิลการ์ด 3 หมื่นบาท และสามารถกู้ส่วนอื่นเพิ่มอีก 2 หมื่นบาท นอกจากนี้ออมสินยังจะเปิดให้กลุ่มที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หรือกลุ่มที่ติดเครดิตบูโร เข้ามากู้ใหม่ได้ โดยจะพิจารณาจากความสามารถในการผ่อนชำระเป็นหลัก”

รายงานข่าวจากธนาคารออมสิน แจ้งว่า ธนาคารออมสินยังได้ออกโครงการสินเชื่อหลายโครงการที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ เช่น ทำโครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อผู้สูงวัย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดีและมีความจำเป็นต้องหารายได้จากการประกอบอาชีพเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจแทนการกู้หนี้นอกระบบ

สำหรับวงเงินกู้นั้นให้กู้ตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ แต่วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาท และเมื่อรวมสินเชื่อจากโครงการธนาคารประชาชนทุกประเภทต้องไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน หรือ 12% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระไม่ต่ำกว่า 3 ปีและไม่เกิน 10 ปี

ใช้ทางบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันตามโครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย หรือ Micro Entrepreneurs โดยธนาคารเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันในอัตรา 2%ต่อปี ของภาระการค้ำประกันของผู้กู้ ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ตลอดอายุสัญญา

สำหรับผู้กู้จะต้องมีอายุครบ 60 บริบูรณ์ เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้จะต้องไม่เกิน 70 ปี อีกทั้งยังต้องเป็นผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ประกอบอาชีพค้าขาย บริการ และผลิตสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภคเพื่อขาย ต้องมีสถานที่ประกอบอาชีพ และที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อได้

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมจะเปิดตัวโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบในเดือนก.พ.นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ฉบับใหม่จะประกาศในราชกิจจาและมีผลบังคับใช้ นอกจากการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเอาผิดกับเจ้าหนี้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยเกิน15%แล้ว ยังจะเปิดให้เจ้าหนี้มาจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งสามารถคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 36%

ล่าสุดมีผู้ประกอบการมายื่นขอจดทะเบียนแล้ว 15-16 ราย ซึ่งไม่คิดว่าเป็นจำนวนที่น้อย เพราะกระทรวงการคลังเพิ่งจะเดินสายลงพื้นที่ไปชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชนไม่กี่จังหวัด หลังจากนี้ก็จะเดินสายไปอีกหลายพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าจะมีจำนวนผู้ประกอบการมายื่นขอจดทะเบียนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันในฝั่งของลูกหนี้ก็จะมีทางธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับผิดชอบในการให้สินเชื่อเพื่อเปลี่ยนจากหนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบ พร้อมกับมีการตั้งฝ่ายงานที่รับผิดชอบเรื่องการดูแลหนี้นอกระบบโดยเฉพาะ