ราคาหุ้น"อีฟอร์แอลเอม"ดิ่งหนักหลังผิดนัดชำระตั๋วบีอี200ล้าน

ราคาหุ้น"อีฟอร์แอลเอม"ดิ่งหนักหลังผิดนัดชำระตั๋วบีอี200ล้าน

ราคาหุ้น"อี ฟอร์ แอล เอม"ดิ่งหนักกว่า 16% หลังบริษัทผิดนัดชำระหนี้ตั๋วบีอี วงเงิน 200 ล้านบาท ให้ บลจ.โซลาริส

นายอภิรักษ์ กาญจนคงคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัท อีฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) หรือ EFORL ระบุว่า ตามที่ บลจ.โซลาริส ประกาศแจ้งต่อนักลงทุนว่า บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) หรือ EFORL ตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และให้บริการด้านเสริมความงาม   ไม่สามารถชำระคืนตั๋วแลกเงินมูลค่าหน้าตั๋ว 200 ล้านบาท เมื่อวานนี้ (12 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันครบกำหนดชำระได้นั้น บริษัทขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบว่า บริษัทได้ประสานงานกับบริษัทจัดการเพื่อชำระเงิน และไถ่ถอนตั๋วแลกเงินเลขที่ 010/2016 จำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดวานนี้ 

"บริษัทจัดการตกลงจัดหาแหล่งเงินเพื่อการ refinance ตั๋วแลกเงินฉบับดังกล่าวข้างต้นให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่เมื่อวานนี้ เวลา 14.30 น. บริษัทได้รับแจ้งจากบริษัทจัดการว่าไม่สามารถดำเนินรายการดังกล่าวได้แล้ว อีกทั้งยังออกประกาศกล่าวหาว่าพฤติการณ์ของผู้ออกตั๋วมีความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ บริษัทจึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบว่า ในการออกตั๋วแลกเงินแต่ละครั้งของบริษัท ล้วนได้รับการพิจารณาลงทุนจากกองทุนต่างๆ ซึ่งได้รับคำแนะนำจากบลจ.โซลาริส ทั้งสิ้น โดยให้ข้อเสนอเรื่องดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสถาบันการเงินอื่น และเงื่อนไขอื่นๆ ที่จะทำให้บริษัทได้รับประโยชน์สูงสุด"

ดังนั้น บริษัทขอยืนยันว่า ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้รายใดและมีฐานะการเงินที่มั่นคงแข็งแกร่ง มีผู้ถือหุ้นหลักที่มีความสามารถในการสร้างธุรกิจให้เติบโตได้ต่อเนื่อง ได้รับความเชื่อถือจากสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ และพร้อมให้การสนับสนุนการประกอบการของอี ฟอร์ แอล เอม ในทุกด้าน

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีกรณีการแจ้งข้อมูลจากบริษัทจัดการว่าไม่สามารถดำเนินการเรื่องการไถ่ถอนตั๋วแลกเงินได้ในระยะเวลาอันกระชั้นชิด สำหรับเวลาทำการในวันที่ครบกำหนดนั้น อี ฟอร์ แอล เอม จะมีเวลาในการจัดหาแหล่งเงินเพื่อมาไถ่ถอนตั๋วแลกเงินเลขที่ 010/2016 จำนวน 200 ล้านบาท ได้ตามกำหนดไม่มีกรณีชำระหนี้ล่าช้าแต่อย่างใด

จากกระแสข่าวดังล่าว ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น อี ฟอร์ แอล เอม อย่างรุนแรง โดยราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 0.27 บาท ลดลง 0.04 บาท หรือ 12.90% และอ่อนตัวลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 0.26 บาท หรือ ลดลง 0.05 บาท หรือลดลง 16.13% ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นมาซื้อขายที่ 0.28 บาท ลดลง 0.03 บาท หรือลดลง 9.68%