วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘โกลเบล็ก’เป้าปีนี้ครองมาร์เก็ตแชร์แตะ3%จัดทัพรับมือโบรกนอก

“โกลเบล็ก”เป้าปีนี้ครองมาร์เก็ตแชร์แตะ3% จัดกลยุทธ์รับศึก "ญี่ปุ่น-จีน-อังกฤษ"รุกธุรกิจโบรกเกอร์ไทย

นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.โกลเบล็ก หรือ GBS เปิดเผยถึง ภาพรวมธุรกิจของบริษัทปี 2560 ธุรกิจหลักทรัพย์มีแนวโน้มมีการแข่งขันสูงมากขึ้นจากที่คาดจะมีบริษัทหลักทรัพย์จากต่างประเทศเข้ามาในอุตสาหกรรมอย่างน้อย 3 รายจาก ญี่ปุ่น จีน และอังกฤษที่จะเข้ามาทำตลาดในไทย  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบระบบทำการซื้อขายและเตรียมความพร้อมเข้ามาทำตลาด  คาดว่าจะมีการขออนุญาตกับสำนักงานก.ล.ต.ในปี 2560  

สาเหตุธุรกิจหลักทรัพย์ของไทย มีผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้นนั้น เนื่องจากทิศทางมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของไทยอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ หรือในระดับเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท และในส่วนของค่าคอมมิชชั่นยังแข่งขันได้ 

นอกจากนี้การทำธุรกิจหลักทรัพย์ในอนาคต มีลักษณะพึ่งพิงนวัตกรรมมากขึ้นไม่ได้มีรูปแบบให้บริการครบวงจรเหมือนกับผู้เล่นรายเดิม โดยอาจให้บริการในรูปใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์โดยเฉพาะหรือการให้บริการซื้อขายในรูปแบบอินเทอร์เน็ต  ซึ่งจะไม่กระทบการแย่งชิงเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนเหมือนในอดีต  

“ปีหน้ายังมีอุปสรรคที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องเผชิญ ได้แก่ การปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ที่มีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป และมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก คือ ลูกค้าหน้าใหม่เริ่มเล่นหุ้นมีความต้องการความช่วยเหลือจากบริษัทหลักทรัพย์ค่อนข้างมาก ทั้งความรู้ และข้อมูล ลูกค้ารายใหญ่มีความต้องการระบบซื้อขายที่มีประสิทธิภาพสูง ความต้องการซื้อขายหุ้นที่อยู่ในต่างประเทศ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติต้องการระบบการซื้อขายที่รองรับการซื้อขายที่รวดเร็ว  ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ต้องปรับตัวให้ทันกับสภาวะดังกล่าว” 

ส่วนเป้าหมายมาร์เก็ตแชร์ปีนี้ของบริษัทอยู่ที่ 3% จาก ณ เดือนธ.ค. 2559 บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 2.38% อันดับที่ 20 และรักษาระดับในกลุ่ม  top 15 จาก 36 โบรกเกอร์ 

ทั้งนี้ แผนการรักษาระดับมาเก็ตแชร์ มาจาก 2 ส่วน คือ 1. การสร้างฐานรายได้ใหม่ ได้แก่ จัดหาเจ้าหน้าที่การตลาดเพิ่มเติม หรือ กลุ่ม ลูกค้า High net worth  และ 2.การหาพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับกับปริมาณการซื้อขายหลากหลายช่องทาง อาทิ IVIP / SETTRADE / I2TRADE / STOCK RADAR และ MT4 และยังเพิ่มธุรกรรมที่สนับสนุนปริมาณการซื้อขายในส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ ได้แก่ Block Trade/SBL  และการจัดหาหลักทรัพย์ และวงเงินกู้ยืมใน เครดิตบาลานซ์

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาระบบการซื้อขาย Platfrom ใหม่ๆ เพื่อให้นักลงทุนมีทางเลือกเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยเน้น Platfrom ด้านออนไลน์ ทั้งหลักทรัพย์ และอนุพันธ์ เพิ่มเติม อาทิ I2Trade , Stock Radar รวมถึงระบบการซื้อขายอนุพันธ์โดยเฉพาะ หรือ MT4 ซึ่งเริ่มให้บริหารตั้งแต่ปลายปี 2558 นี้ โดยสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การลงทุนของนักลงทุนได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังเน้นการขยายการตลาดส่วนกลางมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้ายึดมั่นในการให้บริการของตัวบริษัท ภายใต้การควบคุมต้นทุน และจำนวนทรัพยากรบุคคล เพื่อยังรักษาความสัมพันธ์ที่เหมาะสมของบริษัทระหว่าง ตัวกลาง (เจ้าหน้าที่การตลาด) ลูกค้า  เพื่อให้ลูกค้าทั้งฐานส่วนกลางบริษัท และลูกค้าของส่วนเจ้าหน้าที่การตลาดได้รับบริการอย่างครบครัน เหมาะสมกับภาวะการแข่งขันของธุรกิจหลักทรัพย์ โดยเฉพาะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มช่องทางที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเข้าถึงบริษัทได้มาขึ้น และการอบรมการให้บริการของผู้ติดต่อลูกค้าเป็นสำคัญ  

รวมทั้งมุ่งเน้นการหารายได้เพิ่มเติม อาทิ รายได้จากค่าที่ปรึกษาและค่าธรรมเนียม ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน IB และฝ่ายค้าตราสารทุน (Bond) การเพิ่มธุรกรรมการลงทุนใน DW, Options และการรักษาความเสี่ยงด้านการลงทุนของฝ่ายค้าตราสารทุนและอนุพันธ์ (Proprietary Trading) การหาลูกค้ากลุ่มเครดิตบาลานซ์ เพื่อสร้างรายได้ส่วนดอกเบี้ย Margin Loan และธุรกรรม block Trade ของฝ่ายตราสารอนุพันธ์ โดยเริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559

สำหรับส่วนงานวาณิชธนกิจ บริษัทยังไม่มีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในปีนี้ แม้ยังคงอยู่ในกระบวนการเริ่มศึกษาข้อมูลอยู่ 2-3 บริษัท หากมีความชัดเจนจึงสามารถแจ้งประเภทธุรกิจได้ ปีที่ผ่านมา บริษัทพยายามจัดหาในส่วน co-lead underwriter และมีการร่วมกว่า 10 หลักทรัพย์ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ลูกค้าของบริษัทได้อย่างมาก