ค่าบาทเปิดตลาด "35.75 บาทต่อดอลลาร์" อ่อนค่าจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากสหรัฐประกาศ "ตัวเลขจ้างงาน" ยังแข็งแกร่ง
บาทเปิดตลาดเช้านี้ที่35.75บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจะสิ้นสัปดาห์ก่อน หลังการจ้างงานสหรัฐยังแกร่ง คาดสัปดาห์นี้บาทเคลื่อนบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบๆ ติดตามค่าเงินหยวน หากอ่อนค่าหนุนสกุลเงินในเอเชียอ่อนค่าตาม กรอบวันนี้ 35.70-35.80 บาทต่อดอลลาร์
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 35.75 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงไปจากระดับ 35.68 บาทต่อดอลลาร์ ในสิ้นวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากที่ภาพรวมการจ้างงานในสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง
มองว่าในสัปดาห์นี้ค่าเงินดอลลาร์น่าจะซื้อขายอยู่ในกรอบแคบๆ เนื่องจากยังไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญมาก ฝั่งเอเชียข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดคือการล่งออกจีนที่จะมีการรายงานในวันพฤหัสที่ 12 ตลาดยังมองว่าการส่งออกน่าจะยังอยู่ในแดนลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 (คาด -3.5% ในเดือนธันวาคม) ประกอบกับช่วงนี้ผู้ค้าส่วนใหญ่กลับมาจับตาที่ท่าทีของเงินหยวนว่าจะแข็งหรืออ่อนค่า หลังจากที่ธนาคารกลางจีน (โดย CFETS) ปรับวิธีการคำนวนค่าเงินหยวนอ้างอิงใหม่โดยเพิ่มสกุลเงินที่ใช้ในการคำนวณจาก 13 เป็น 24 สกุล (เงินบาทถูกปรับน้ำหนักลงจาก 3.33% มาอยู่ที่ 2.91%) มองจากสกุลเงินที่เพิ่มขึ้นมาค่าเงินหยวนยังมีโอกาส “อ่อนค่าได้อีก” ในช่วงสั้นและอาจเป็นปัจจัยกดดันให้สกุลเงินเอเชียอ่อนค่าตามในสัปดาห์นี้
สำหรับวันนี้มองกรอบค่าเงินที่ระดับ 35.70-35.80 บาทต่อดอลลาร์และในสัปดาห์นี้ 35.60-35.90 บาทต่อดอลลาร์
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย กลุ่มงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าเงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับ 35.77 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดตลาดในประเทศที่ 35.68 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เงินดอลลาร์มีแรงประคองจากตัวเลขค่าจ้างของสหรัฐฯ ที่ขยับขึ้น และหนุนแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟด
ขณะที่ แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนธ.ค. จะออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด แต่การปรับทบทวนตัวเลขย้อนหลังของเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น ก็ทำให้ภาพรวมเครื่องชี้ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังสะท้อนการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 35.70-35.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยจุดสนใจของตลาดในวันนี้ น่าจะอยู่ที่สัญญาณดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด






