วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถกปมปรับโครงสร้างปตท.

"สคร." ชงซูเปอร์บอร์ดพิจารณา ข้อสังเกต"สตง."ขอทบทวนแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ"ปตท." เหตุหวั่นถือหุ้นต่ำกว่า 50% ทำให้ทรัพย์สินชาติสูญหาย

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)  หรือซูเปอร์บอร์ดวันนี้ (9 ม.ค.) สำนักงานคนร. ในฐานะเลขานุการคนร. อาจเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาถึงข้อสังเกตของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรณีปรับโครงสร้างธุรกิจ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) มาให้ที่ประชุมพิจารณาด้วย แต่อาจเป็นการหารือในวาระลับ 

กรณีนี้สืบเนื่องมาจากสตง. ทำหนังสือลงนาม โดย นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  และผู้อำนวยการ สคร.ขอให้ทบทวนการปรับโครงสร้างธุรกิจของ ปตท. ที่มีแผนแยกกิจการ และสินทรัพย์ในธุรกิจน้ำมัน ออกมาตั้งบริษัทลูก คือ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก หรือ PTTOR  แล้วนำเข้าเสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดย ปตท.จะถือหุ้นใหญ่ แต่ต่ำกว่า 50% หรืออย่างต่ำถือ 45% 

ในหนังสือดังกล่าว สตง. มีความเห็นว่า พลังงานเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ และเป็นสิ่งสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของคนไทยทุกคนในฐานะผู้ใช้พลังงาน และปตท.ยังเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของชาติ ที่คลังถือหุ้นเกินกว่า 50% และมีส่วนสำคัญในการจัดการด้านพลังงาน และทรัพย์สินของชาติแทนภาครัฐ

การที่ ปตท. มีแนวทางปรับโครงสร้างองค์กรดังกล่าว ทำให้ทรัพย์สินของชาติต้องสูญหายไป และส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชนผู้ใช้พลังงาน สตง.จึงขอให้คลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ กระทรวงพลังงานในฐานะต้นสังกัด และสคร.ในฐานะผู้กำกับดูแลพิจารณาทบทวนการปรับโครงสร้างธุรกิจของปตท.ครั้งนี้ รวมถึงทบทวนการปรับโครงสร้างธุรกิจที่แล้วมาของปตท. ที่ปตท.ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ให้ถือหุ้นเกินกว่า 50% โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ 

นอกจากนี้ที่ประชุมคนร.ยังมีวาระสำคัญหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา ทั้งแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ 5 ปี ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง แผนงานและเป้าหมายปีนี้ ได้แก่ เอสเอ็มอีแบงก์ ไอแบงก์ การรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)  บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

เรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอยู่ที่การรถไฟ ทั้งความชัดเจนเรื่องการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง และแผนการโอนที่ดินมักกะสันให้คลังเพื่อแลกหนี้ 6 หมื่นล้านบาทว่า สรุปแล้วจะเดินหน้าต่อ โอนสิทธิการใช้ที่ดินให้คลัง หรือจะให้การรถไฟไปพัฒนาเอง ส่วน ขมสก. ต้องรายงานแผนจัดหารถเมล์เอ็นจีวีให้ที่ประชุมรับทราบว่า การส่งมอบล่าช้ากว่าแผนจะส่งผลกระทบอย่างไร และมีแผนดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร   

ที่ประชุมยังพิจารณาความคืบหน้า การเสนอร่างพ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจพ.ศ...ที่ต้องเร่งผลักดันเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุมสนช.ในเร็วๆ นี้ เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ช่วงครึ่งแรกปีนี้ และการจัดตั้งซูเปอร์โฮลดิ้งขึ้นมากำกับดูแลและรับโอนหุ้นของ 12 รัฐวิสาหกิจจากกระทรวงคลัง หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ 180 วัน หรือครึ่งหลังของปีนี้