ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนมกราคมตามข้อตกลงของโอเปค
+ ราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเปิดเผยว่า ซาอุดิอาระเบียผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก ได้ปรับลดกำลังการผลิตประมาณ 486,000 บาร์เรลต่อวันลงมาแตะระดับ 10.06 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงของกลุ่มโอเปคที่จะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาไว้ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน
+ นอกจากนี้ การผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้ปรับตัวลดลงประมาณ 200,000 บาร์เรลต่อวันลงมาอยู่ที่ระดับ 34.18 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับลดกำลังการผลิตลงในประเทศไนจีเรียจากเหตุการณ์การโจมตีท่อขนส่งน้ำมัน และการปรับลดกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบียจากความต้องการที่ลดลงจากลูกค้า
+ นักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นว่าราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มที่ปรับตัวขึ้นไป หลังมีการเปิดเผยว่า สัญญา Long Position สำหรับราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ระดับที่สูงที่สุดตั้งแต่กลางปี 2557 เป็นต้นมา
- อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ จะปรับตัวลดลง 7.1 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินและกลุ่มน้ำมันดีเซลได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.3 ล้านบาร์เรลและ 10.1 ล้านบาร์เรลตามลำดับ หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ได้เพิ่มอัตราการผลิตประมาณ 132,000 บาร์เรลต่อวันขึ้นไปสู่ระดับร้อยละ 92 ของกำลังการผลิตทั้งหมด โดยในช่วงสิ้นปีโรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐ จะลดปริมาณน้ำมันดิบสำรองเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีที่มากขึ้น
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากแผนการปิดซ่อมบำรุงหน่วยกลั่นในประเทศอินโดนีเซียช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ ประกอบกับอุปสงค์ในภูมิภาคยังคงมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการลดลงของการส่งออกไปยังยุโรปเพื่อทำกำไรระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศอินโดนีเซีย
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 52 – 57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53 - 58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการปรับลดปริมาณการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคซึ่งมีผลเป็นระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคม 60 เป็นต้นไป โดยล่าสุดซาอุดิอาระเบีย และ อิหร่านให้ความเชื่อมั่นว่าข้อตกลงจะบรรลุผล ในขณะที่คูเวตออกมายืนยันว่าบริษัทผู้ผลิตน้ำมันของรัฐบาลจะปรับลดกำลังการผลิต ส่วนผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคอย่างโอมาน เผยว่าเตรียมจะลดกำลังการผลิตลงโดยเฉลี่ยร้อยละ 5 ในเดือน มี.ค. 60 อย่างไรก็ดี ยังคงต้องจับตามองการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 21 – 22 ม.ค. 60 ณ กรุงเวียนนา
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ รายงานโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค. 59 ปรับลดลงราว 7.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากโรงกลั่นเพิ่มกำลังการกลั่นสูงขึ้นในช่วงปลายปีเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ภายหลังจากการเปิดดำเนินการท่อขนส่งน้ำมันที่เชื่อมกับแหล่งน้ำมันดิบ El Sharara กำลังการผลิต 0.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ El Feel กำลังการผลิต 0.09 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ล่าสุดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับเกือบ 0.70 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับ 0.60 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก่อนหน้า
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






