วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลงทุนตรงตปท.ปี58สูงหมื่นล้านดอลล์

สศค.ออกบทวิเคราะห์ถึงผลกระทบการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มการจ้างงาน

 ขณะที่ ดุลชำระเงินยังมีสถานะที่เกินดุล ล่าสุดในปี 2558 ยอดการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 147% เทียบปี 2557

 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)เปิดเผยรายงานผลกระทบของการลงทุนในต่างประเทศต่อเศรษฐกิจของไทย โดยได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.สถานะด้านเงินตราต่างประเทศ 2.ผลกระทบต่อภาคการผลิต และ3.ผลกระทบต่อการจ้างงาน

ปรากฏว่า ในส่วนผลกระทบที่มีต่อสถานะด้านเงินตราต่างประเทศ การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ส่งผลให้เงินไหลออก ทำให้ประเทศผู้ลงทุนสูญเสียเงินตราต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อดุลการชำระเงิน แต่ดุลการชำระเงินของไทยในปี 2554-2558 อยู่ในภาวะที่เกินดุลมากกว่า

โดยในปี 2558 ดุลการชำระเงินของไทยมีสถานะเกินดุล 5,859 ล้านดอลลารร์ หรือ เงินตราต่างประเทศเพิ่ม 5,859 ล้านดอลลาร์ และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศก็อยู่ในสูงมากถึง 148.6 พันล้านดอลลาร์  ซึ่งสูงเป็นอันดับ 16 ของโลก

ขณะที่การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของไทยส่งผลดีต่อภาคการผลิตและระบบเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งการขยายการลงทุนในต่างประเทศเป็นไปเพื่อการขยายตลาดและแสวงหาทรัพยากรและปัจจัยการผลิตเป็นหลัก 

จากการศึกษาของสศค.พบด้วยว่า ผลตอบแทนของบริษัทจดทะเบียนใน SET100 ที่มีรายได้จากส่วนงานต่างประเทศเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการดี มีผลตอบแทนต่อสินทรัพย์และผลตอบแทนผู้ถือหุ้นสูงกว่าบริษัทที่ไม่มีรายได้ได้จากส่วนงานต่างประเทศ

นอกจากนี้การออกไปลงทุนในต่างประเทศของไทยทำให้จีดีพีและการลงทุนในประเทศของไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อการจ้างงาน โดยบริษัทของไทยที่มีการลงทุนในต่างประเทศ อาทิ กลุ่ม ปตท. บ้านปู กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ และ กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย มีการขยายการลงทุนในประเทศ มีการใช้นวัตรกรรมและการวิจัย และเพิ่มการจ้างงาน โดยเฉพาะแรงงานมีฝีมือ

“การลงทุนในต่างประเทศมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการลงทุนในประเทศ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน เพิ่มมาตรการอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น เชื่อได้ว่า จะสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถให้กับธุรกิจและแรงงานไม่แพ้การลงทุนในประเทศอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ มูลการลงทุนโดยตรงในประเทศของไทยสุทธิและมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของไทยสุทธิระหว่างปี 2553-2558 พบว่า การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศสุทธิของไทยมีมูลค่าน้อยกว่าการลงทุนจากต่างประเทศของไทยสุทธิมาโดยตลอด แต่ในปี 2554 เป็นปีแรกที่มูลค่าการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศสุทธิปรับตัวสูงขึ้นและมีมูลค่ามากกว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิ

สำหรับปี 2558 การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศสุทธิมีมูลค่า 10,568 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 147% เทียบกับปี 2557 ซึ่งมีมูลค่า 4,284 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนไทยเริ่มให้ความสนใจการลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้น อาจมีสาเหตุจากความต้องการแสวงหาตลาด แสวงหาทรัพยากรใหม่ หรือ เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีระดับสูง