ตลาดหลักทรัพย์สั่ง "เคซี-ไอเฟค" แจงข้อมูลโดยละเอียดกรณีผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน พร้อมเอสพีหุ้นเคซี ขณะหุ้นไอเฟคราคาวิ่งหลังแจงข้อมูล
ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย SP หุ้น เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) KC เพื่อหยุดพักการซื้อขาย รอบเช้าวันที่ 4 ม.ค. 2560 เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ให้เค.ซี. ชี้แจงข้อมูลการออกตั๋วแลกเงิน (B/E) วงเงิน 350 ล้านบาท ซึ่งไม่มีการบันทึกบัญชีรายการดังกล่าว
และเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2559 ตลาดหลักทรัพย์ได้ขอให้บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) IFEC เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (B/E) ซึ่งเป็นสารสนเทศสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัท โดยตลาดหลักทรัพย์ได้สอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2559 แต่IFEC ยังคงไม่ดำเนินการเปิดเผยสารสนเทศดังกล่าวผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ได้
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์จึงได้ขึ้นเครื่องหมาย SP หลักทรัพย์ IFEC ตั้งแต่การซื้อขาย วันที่ 28 ธ.ค. 2559 เนื่องจากสารสนเทศดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท และการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ IFEC
อย่างไรก็ตาม บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) ได้เปิดเผยข้อมูลเมื่อ 4 ม.ค. 2560 ในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม ว่า บริษัทออกตราสารหนี้ประเภทตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange) เสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด จำนวน 100.10 ล้านบาท โดยมีบลจ. แลนด์แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด เป็นผู้ลงทุนในตราสารดังกล่าวนั้น บริษัทมีแนวทางการแก้ไขการผิดนัดชำระหนี้แล้ว โดยบริษัท ได้ดำเนินการแบ่งจ่ายชำระคืนเป็น 2 งวด
โดยงวดที่ 1 ชำระเงินต้นในวันที่ 28 ธ.ค. 2559 เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท และงวดที่ 2 ชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยในวันที่ 30 ธ.ค. 2559 เป็นจำนวนเงิน 50.19 ล้านบาท ให้แก่ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ครบถ้วนแล้ว
ต่อมา ตลาดหลักทรัพย์ได้ปลดเครื่องหมาย SP หลักทรัพย์ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าของวันที่ 4 ม.ค.2560 เป็นต้นไป
ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) IFEC เมื่อวันที่ 4 ม.ค..2560 ปิดการซื้อขายที่ 3.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.16 บาท หรือ 4.28% มูลค่าการซื้อขาย 258 ล้านบาท
ขณะที่ราคาหุ้นบริษัท เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ณ วันที่ 30 ธ.ค. 2559 ปิดการซื้อขายที่ 1 บาทลดลง 0.01 บาท หรือ 0.99% มูลค่าซื้อขาย 1.03 ล้านบาท







