วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทิสโก้มองปี60หุ้นไซส์เล็กมาแรง

บลจ. ทิสโก้ ส่องดัชนีหุ้นไทยปี60แตะระดับ1,650จุด PE14.5เท่า กำไรบจ. ที่11% ชี้หุ้นสมอลล์แคปกลับมาแรงแซงหุ้นใหญ่ เลือกหุ้นรายตัวที่เชี่ยวชาญ

เฉพาะด้าน กลุ่มรับเหมา-วัสดุก่อสร้าง ค้าปลีก ท่องเที่ยว โรงพยาบาลและปิโตรเคมี ส่วนตราสารหนี้ไฮยีลด์ต่างประเทศยังต้องระวัง เรตติ้งBBBยังล่อแล่ เช่นเดียวกับทองคำทยอยขายลดสัดส่วนและน้ำมันยังไม่ฟื้น

นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า  ภาวะตลาดหุ้นไทยช่วงปี 60 ฝ่ายวิจัยลงทุนมองว่า ดัชนีมีโอกาสแตะ 1,650 จุด EPS อยู่ที่ 103 บาทต่อหุ้น P/E ที่ 14.5 เท่า ส่วนกำไรธุรกิจบจ.อยู่ที่ 11% และเชื่อว่า หุ้นกลุ่มขนาดกลางขนาดเล็ก (Small Cap) จะกลับมามีบทบาทตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง โดยเป็นกลุ่มที่ยังทำกำไรเติบโตได้มากกว่าตลาด จึงสามารถทำกำไรให้กับนักลงทุนมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ ที่ในปีนี้ดัชนีหุ้นไทยในปี 59 ปรับขึ้นอิงกับหุ้นใหญ่เป็นหลักไปแล้ว

ทั้งนี้ ในปี60 กลุ่มหุ้นสมอลล์แคป จะกลับมาดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนควรถือระยะยาว3-5ปี เน้นการกระจายความเสี่ยง เลือกลงทุนหุ้นรายตัวโดยยังเลือกกลุ่มหุ้นเดียวกับกลยุทธ์หุ้นรายใหญ่ แต่เป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจลงทุน ยังคงเป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากแผนการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งกลุ่มรับเหมา กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มค้าปลีก กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มปิโตรเคมี

นายธีรนาถ กล่าวอีกว่า กลยุทย์การลงทุนในช่วงปี 60 นักลงทุนต้องมีการศึกษาการลงทุนอย่างรอบครอบ และศึกษาข้อมูลการลงทุนต่างๆอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เนื่องจากปัจจัยลบทั้งภายในประเทศและต่างประเทศยังคงมีอยู่บ้าง

นอกจากกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่จะต้องเลือกหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพแล้ว สำหรับการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ในประเทศ นักลงทุนก็ต้องรอบครอบเช่นกัน แม้ว่าแนวโน้มผลตอบแทนจากตราสารหนี้ปีนี้มีโอกาสขยับขึ้นสูงก็ตาม โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 0.50-0.75% หรือผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ10 ปีมีโอกาสถึงระดับ3%

ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนตราสารหนี้ มองว่า ควรเน้นลงทุนระยะสั้น หากลงทุนยาวไม่ควรเกิน 2 ปี ที่สำคัญตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้เอกชนต้องระมัดระวังการลงทุนอย่างมาก

“หลักการลงทุนของทิสโก้จะเลือกลงทุนในตราสารหนี้ที่มีเรตติ้งตั้งแต่ A-ขึ้นไป เพราะถึงแม้ผลตอบแทนตราสารหนี้ในช่วงปี 60 ยังเป็นช่วงขาขึ้นตามบอนด์ยีลด์ของสหรัฐ แต่ฝั่งยีลด์เงินฝากดอกเบี้ยกลับไม่ขึ้นตาม ดังนั้นการลงทุนต้องศึกษาให้ดี เน้นลงทุนระยะสั้นไว้ ส่วนพวกไฮยีลด์บอนด์ต่างประเทศ ยังมีความเสี่ยงสูงต้องระวังเช่นกัน ควรเลือกที่มีเรตติ้งระดับ A-ขึ้นไป มองว่า เรตติ้งระดับ BBB ก็ยังล่อแหลม ไม่ควรลงทุนและสิ่งสำคัญต้องประเมินความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย”

ส่วนกลยุทธ์ลงทุนในทองคำนั้นแนะนำว่า ผู้ที่มีสินทรัพย์การลงทุนอย่างทองคำอยู่ในมือจำนวนไม่มากให้หาจังหวะขายออกมา และคนที่ถืออยู่มือจำนวนมาก ต้องหาจังหวะทยอยลดสัดส่วนลงทุนลง เพราะเห็นว่าสินทรัพย์เสี่ยงดังกล่าวมีความผันผวนต่อเนื่องและมากขึ้น มีความเสี่ยงในระยะยาวหลายปี เช่นเดียวกับด้านสินทรัพย์เสี่ยงอย่างน้ำมัน มองว่า ไม่เหมาะกับการเข้าลงทุนในช่วง 2-3 ปีนี้ เพราะภาพการเติบโตของน้ำมันดูไม่หวือหวา ความต้องการน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำ แม้ว่าภาพเศรษฐกิจโลกบางประเทศจะดีขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับดีมาก การที่น้ำมันจะเติบโตจนน่าลงทุน นั้นหมายความว่าเศรษฐกิจจะต้องเติบโตอย่างมาก ซึ่งต่างจากในปัจจุบันและมองราคาน้ำมันยังใกล้ระดับที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาเรล ดังนั้น นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการลงทุนดังกล่าวออกไปก่อนน่าจะดีที่สุด