บล.เคทีบี(ประเทศไทย) ระบุตลาดหุ้นไทย "วอลุ่มเทรด" ลดหลังไร้ปัจจัยใหม่ แนะลงทุนหุ้นปันผลสูง
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของปี 2559 ปัจจัยเด่นที่ชี้ทิศทางตลาดไม่ค่อยมี ทำให้ปริมาณซื้อขายจะเริ่มเบาบางลง แรงซื้อหลักๆ น่าจะเป็นกองทุน LTF-RMF และนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรแบบรายวัน ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯ มีความผันผวนในระหว่างวันค่อนข้างสูง
ตัวแปรที่มีผลต่อตลาดจะเป็นผลตอบรับต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด แต่จะเริ่มน้อยลงตามลำดับ สังเกตได้จากค่าเงินดอลล่าร์และ Bond Yield เริ่มทรงๆตัว แต่ตลาดอาจขาดแรงซื้อเพราะปัจจัยที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันที่ตอบรับกันมาระดับหนึ่งและการปรับครม.ที่คาดว่าจะไม่มีผลต่อตลาดแต่ตลาดจะไปให้ความสนใจต่อ
นโยบายการค้าต่างประเทศของประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่มากขึ้น เพราะใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะ จะมีผลต่อหุ้นกลุ่มส่งออก (ถ้าเงินบาทเปลี่ยนแปลงมาก) นอกจากนี้ แรงขายของนักลงทุนต่างประเทศ คาดว่าจะกดดันต่อดัชนีฯอยู่ต่อไป คาดว่าดัชนีฯสัปดาห์นี้ (19-23ธ.ค.) จะผันผวนในกรอบ 1,500 -1,550 จุด
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน ในภาพรวมๆของตลาดจะยังเป็น sideway นักลงทุนส่วนใหญ่จะเล่นด้วยความระมัดระวัง เพราะกลัวแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศ อย่างไรก็ตามด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยและแรงซื้อของกองทุนฯ ที่คาดว่ายังเป็นตัวพยุงตลาดทำให้การลงทุนหากเป็นการเลือกลงทุนเป็นรายตัว น่าจะยังทำกำไรให้กับพอร์ตได้อยู่
“ดังนั้นการลงทุนโค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ น่าจะลงทุนผสมทั้งหุ้นปันผลสูง , หุ้นกำไรปีหน้าโต , หุ้นรับผลบวกมาตรการเศรษฐกิจและหุ้นเก็งกำไรช่วงสั้นๆ ที่จะเก็งตามข่าวรายวัน รวมทั้งหุ้นที่ถูกนำเข้าคำนวณ SET50 , SET100 ที่จะคึกคักขึ้นด้วย มองกรอบดัชนีในสัปดาห์นี้ (19-23) จะผันผวนในกรอบ 1,500 -1,550 จุด”






