“อนุสรณ์ ธรรมใจ” เสนอรัฐชะลอผ่านกฎหมายคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขปิดจุดอ่อน และผลกระทบต่อดิจิทัลไทยแลนด์-อีแบงกิ้ง
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ที่มีการพิจารณาวาระ 3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่า สนช. และ รัฐบาล ควรถอนร่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ออกไปก่อน เพื่อนำไปทบทวนจุดอ่อน และผลกระทบไม่พึงประสงค์ แม้นตัวกฎหมายใหม่มีข้อดีอยู่บ้าง และมีเป้าหมายปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
การดำเนินนโยบาย มาตรการหรือออกกฎหมายใหม่ใดๆ ที่สอดคล้องโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน และพลวัตโลกอนาคต ต้องเน้นผ่อนคลายกฎระเบียบ สร้างระบบแรงจูงใจ แทนการออกระเบียบควบคุมเข้มงวด ซึ่งจะควบคุมไม่ได้อยู่ดี และมีผลกระทบทางลบข้างเคียงมากต่อนโยบาย Digital Economy และ Digital Thailand
รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อ e-banking และ e-Payment ได้ในอนาคต เนื่องจากโลกมีลักษณะไร้พรมแดนมากขึ้นทุกวัน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ICT ยิ่งควบคุมก็จะย้ายไปต่างประเทศกันหมด เพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ การผ่อนคลายกฎระเบียบ สร้างระบบแรงจูงใจ และการเปิดเสรีจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ต่อการลงทุนมากกว่า
กฎหมายคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ หากไม่มีการแก้ไข จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ Website และธุรกิจออนไลน์ต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สร้างภาระให้กับผู้ประกอบการ ICT ทำให้ยุทธศาสตร์ Digital Economy และ Digital Thailand ไม่บรรลุเป้าหมาย จะไม่มีใครมาลงทุนตั้ง เซิร์ฟเวอร์ (Server) ในเมืองไทย เมื่อถูกปิดกั้นและควบคุมมากเกินไปจะไม่มีคนใช้ ผู้ประกอบการก็ต้องย้ายเซิร์ฟเวอร์ไปอยู่ในต่างประเทศ
นอกจากนี้ บรรดาผู้เผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายก็อาจป้องกันได้ไม่มากเพราะกลุ่มนี้ก็จะย้ายปฏิบัติการไปอยู่ต่างประเทศ ข้อมูลผิดกฎหมายเหล่านี้ต้องตอบโต้ด้วยการชี้แจงด้วยเหตุผลด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง การแก้ปัญหาต้องไปจัดการกับต้นกำเนิดและสาเหตุของปัญหาว่า ทำไมจึงมีการเผยแพร่ข้อความหรือข้อมูลผิดกฎหมาย
ส่วนเนื้อหาของ พ.ร.บ. คอมฯฉบับใหม่ (มาตรา 5, 7, 17, 20) ยังเปิดช่องทางให้มีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารและการรายงานข้อเท็จจริง กระบวนการในการปิดโซเชียลมีเดีย (Social Media)ขาดการตรวจสอบถ่วงดุลโดยอำนาจของคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรี (ไม่ใช่อำนาจศาล) อันเป็นอุปสรรค ต่อ ระบบการศึกษา การวิจัย และกระทบต่อการทำให้สังคมไทยเป็นสังคมของข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้ได้ นวัตกรรมด้านต่างๆ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมหรือในประเทศที่มีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร หรือ ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือเสรีภาพทางวิชาการ
"ผมขอเสนอให้ถอนร่างกฎหมาย และนำมาทบทวนอีกครั้ง เมื่อกฎหมายคอมฯใหม่ ที่ได้รับการแก้ไขประเด็นต่างๆ ในเรื่องสิทธิส่วนบุคคล เสรีภาพในการแสดงความเห็น และกระบวนการการพิจารณาการลงโทษที่ผ่านกระบวนการศาลแล้ว จะเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ด้านความมั่นคง เป็นกลไกเครื่องมือป้องกันปัญหาลิขสิทธิ์ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ป้องกันปัญหาการฉ้อโกง การกระทำความผิดทางกฎหมายออนไลน์และการพนันออนไลน์ได้ หรือ การแก้ปัญหาสแปมหรือการส่งข้อความอันไม่พึงประสงค์ได้ดีขึ้น"






