รอคอยจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อ
ประเด็นการลงทุน
เราแนะนำให้นักลงทุนรอคอยจังหวะเข้าซื้อ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่บริษัทจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทั้งจากยอดจองซื้อและรายได้ของปี 2559 ซึ่งเราคาดว่าจะสะท้อนข่าวร้ายทั้งหมดในราคาหุ้นช่วง ม.ค. 2560 อย่างไรก็ตามเรามองว่าหุ้นมีโอกาสปรับตัวลดลงน้อยมาก เนื่องจากหุ้นมีมูลค่า PER ปี 2560 เพียง 7.0 เท่า (8.9 เท่าของค่าเฉลี่ยปี 2549–2558) ด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.3% ของเงินปันผลขั้นต้นสำหรับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2559 และ 7.0% สำหรับปี 2560 ทั้งนี้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 25.50 บาท จากเป้าหมาย PER ที่ 8 เท่า (0.5 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2558)
ความเสี่ยงต่อเป้าหมายปี 2559
แม้ว่า PS จะปรับลดเป้าหมายรายได้โครงการที่อยู่อาศัยปี 2559 จาก 53 พันล้านบาท มาอยู่ที่ 51 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY) แต่เรายังคงเห็นความเสี่ยงที่บริษัทจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายใหม่ได้เนื่องจากกิจกรรมการตลาดที่จำกัดในไตรมาส 4/59 โดยประมาณการรายได้โครงการที่อยู่อาศัยของเราสำหรับปี 2559 ต่ำกว่าเป้าหมายของผู้บริหารที่ 2% และตลาดมีประมาณต่ำกว่าผู้บริหาร 4% ทั้งนี้เรามองว่า PS จะไม่สามารถบรรลุเป้ายอดจองซื้อของปี 2559 ที่ 51 พันล้านบาท (เป้าหมายการเติบโตที่รุนแรงที่ 20%) โดยเราคาดว่ามีความเสี่ยงต่อเป้าหมายยอดจองซื้ออยู่ 5% ทั้งนี้การเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดอยู่ประมาณ 30% YoY อยู่ที่ 57 พันล้านบาท (เป็นโครงการแนวราบ 85% และเป็นโครงการคอนโด 15%) จากฐานที่ต่ำมากในปี 2558 ทั้งนี้ PS ยังคงผลักดันการเปิดตัวโครงการแนวราบอย่างรุนแรงที่ 48 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 38% YoY ขณะที่โครงการคอนโดใหม่ทรงตัว YoY
..แต่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/59 ยังคงแข็งแกร่ง โดยจะรายงานในไตรมาส 1/60
แม้ว่าจะมีข่าวไม่สู้ดีจากยอดจองซื้อปี 2559 แต่เราคาดว่า PS จะประกาศการฟื้นตัวของยอดจองซื้อที่ไตรมาส4/59ที่แข็งแกร่ง เติบโตอย่างก้าวกระโดดที่ 74% YoY และ 6% QoQ อยู่ที่ประมาณ 14 พันล้านบาท หนุนจากการเปิดตัวโครงการใหม่ไตรมาส 4/59 ประมาณเท่าตัว YoY ที่ 15 พันล้าน ไม่เพียงแต่ยอดจองซื้อ หากแต่กำไรในไตรมาส 4/59 คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 218% QoQ อย่างไรก็ตาม กำไรไตรมาส 4/59 คาดว่าจะทรงตัว YoY เทียบฐานกำไรที่สูงมากที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/58 โดยมีการขยายตัวของรายได้และอัตรากำไรสุทธิเป็นปัจจัยในหนุนผลประกอบการสำหรับไตรมาส 4/59 เนื่องจากไม่มีโฆษณาและกิจกรรมทางการตลาดที่รุนแรงเพื่อขายสินค้าคงคลังส่งผลต่อสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่ลดลง QoQ จากพฤติกรรมในอดีตเราพบว่า การคาดการณ์กำไรของตลาดส่วนมากจะต่ำกว่าผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัท โดยคาดการณ์กำไรไตรมาส 4/59 ของเรามากกว่าตลาดอยู่ที่ 11%
มั่นใจเป้าหมายรายได้ระยะยาวที่ 100 พันล้านบาท
CEO ตั้งเป้าหมายสำหรับแผนการดำเนินงาน 5 ปี ว่าจะสามารถทำรายได้รวมที่ 1 แสนล้านบาท (อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี 14%) ทั้งนี้เราคาดว่า PS จะประกาศแผนธุรกิจที่มุ่งเน้นการขยายตัวอย่างรุนแรงในปี 2560 ในวันที่ 26 ม.ค. 2560 (ในการประชุมนักวิเคราะห์และการแถลงข่าว) อย่างไรก็ตามการเติบโตของกำไรในปี 2560 คาดว่าไม่น่าตื่นเต้นมากนัก เนื่องจากกำไรที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนที่ค่อนข้างต่ำ (17% จากคาดการณ์รายได้โครงการที่อยู่อาศัยซึ่งถูกรับประกันจากยอดขายรอรับรู้รายได้เทียบกับ 25% ของค่าเฉลี่ยกลุ่มที่อยู่อาศัย) ทั้งนี้เราคาดว่าPS จะคำนึงถึงการให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงด้วยอัตราการจ่ายเงินปันผลขั้นต่ำที่ 50% ในปี 2560 (เราคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้นอยู่ที่ 1.6 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7.0%) โดยอาจมีโอกาสที่อัตราการจ่ายเงินปันผลจะสูงกว่าที่เราคาดหนุนด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง (เราคาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิอยู่ที่ 0.5 เท่า ณ สิ้นปี 2559) โดยปัจจัยข้างต้นจะหนุนการขยายไปยังธุรกิจใหม่เพิ่มเติมเช่นกัน
เปิดตัวธุรกิจใหม่ปี 2560
แผนธุรกิจใหม่ด้านกลุ่มการแพทย์คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้าหลังจากขั้นตอนการปรับโครงสร้างธุรกิจซึ่งเปลี่ยนจากบริษัท พฤกษา เรียล เอสเตท ซึ่งปัจจุบันกลายเป็น บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง เรียบร้อยแล้ว เราคาดว่า CEO จะร่วมแบ่งปันมุมมองและโอกาสต่างๆของธุรกิจกลุ่มการแพทย์, เหตุผลในการขยายการลงทุนใหม่ในกิจการโรงพยาบาล (สร้างใหม่และเป็นเจ้าของเอง) และความคาดหวังของส่วนแบ่งรายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลต่อ PSH โดยอัตราผลตอบแทนการลุงทุนธุรกิจโรงพยาบาลในระยะยาว ไม่ควรจะน้อยกว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่ใช้ระยะเวลายาวกว่าในการถึงจุดคุ้มทุน เนื่องจากงบลงทุนในช่วงสามปีแรกของธุรกิจโรงพยาบาล มีเพียงประมาณไม่เกิน 1 พันล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นเพียงแค่ไม่เกิน 1% จากสินทรัพย์รวมของ PSH






