วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'แบงก์กรุงเทพ' ยืนยันพร้อมจ่าย 'ฟ็อกซ์'

'แบงก์กรุงเทพ' ยืนยันพร้อมจ่าย 'ฟ็อกซ์'

"ฟ็อกซ์" ฟ้องธนาคารกรุงเทพ 2.5 พันล้านบาท ผิดเงื่อนไขจ่ายเงินค้ำประกันค่าลิขสิทธิ์รายการ "ซีทีเอช-แกรมมี่" ด้านแบงก์รอขั้นตอนกม.ยันพร้อมจ่าย

บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีนายวิชัย ทองแตง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ประกาศยุติการให้บริการเพย์ทีวี “ซีทีเอช” ทุกโครงข่ายเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2559

หลังจากนั้น ซีทีเอช ได้ยื่นเรื่องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากมีหนี้สินกว่า 2.14 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย หนี้สินค้างชำระเจ้าหน้าที่รวม 97 ราย ทั้งสถาบันการเงิน เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่นๆ รวมถึงเจ้าหนี้เงินกู้ยืม โดยศาลมีคำสั่งรับฟ้อง เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2559 และนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 20 ธ.ค.2559

ล่าสุด ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย ประกาศว่าวานนี้ (14 ธ.ค.) ได้ยื่นเรื่องต่อศาลที่ฮ่องกงและไทย ฟ้องธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กรณีไม่จ่ายแบงก์การันตีสำหรับค่าลิขสิทธิ์การออกอากาศรายการของฟ็อกซ์ แทนบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัทซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ที่ยุติการให้บริการไปแล้ว

ฟ็อกซ์ฟ้องเรียก2.5พันล้าน

นายซูบิน กานเดเวีย ประธาน บริษัทฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป ประจำภูมิภาพเอเชีย-แปซิฟิกและตะวันออกกลาง เปิดเผยว่าฟ็อกซ์ได้ทำสัญญาให้สิทธิในการออกอากาศรายการต่างๆ แก่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และซีทีเอช ตั้งแต่ปี 2556 โดยทั้ง 2 บริษัทได้ค้างชำระค่าสิทธิการออกอากาศดังกล่าวเป็นมูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท และต้องชำระดอกเบี้ยกรณีจ่ายล่าช้า ซึ่งธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ออกแบงก์การันตีเพื่อค้ำประกันการชำระเงินให้กับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่และซีทีเอช

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 ธนาคารกรุงเทพ ไม่ได้ทำตามสัญญาเพื่อจ่ายแบงก์การันตีแทน 2 บริษัทดังกล่าว จึงดำเนินการฟ้องคดีเพื่อให้ธนาคารกรุงเทพจ่ายเงินค้ำประกันตามที่ค้างชำระ

“เรื่องนี้ทำให้เราผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่ธนาคารที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ผิดสัญญาในการจ่ายแบงก์การันตี"

แบงก์กรุงเทพยันจ่ายเงินฟ็อกซ์

แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยถึงกรณีที่ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย ฟ้องคดีว่า ธนาคารยินดีที่จะจ่ายเงินค่าค้ำประกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ แต่ที่ยังไม่จ่ายในขณะนี้ เนื่องจากธนาคารยังต้องเจรจากับลูกค้าและรอกระบวนการทางกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้สิ้นสุดก่อน

“ขณะนี้ธนาคารยังไม่ได้จัดชั้นเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และไม่ได้กังวลมากนัก เนื่องจากการค้ำประกันดังกล่าวมีหลักประกันคุ้มวงเงิน”

แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลทีวีในขณะนี้ ยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ และยังเป็นธุรกิจที่ต้องเฝ้าระวังในปีหน้า

ธ.กรุงเทพชี้ไม่ใช่คู่สัญญากับฟ็อกซ์โดยตรง

ด้านนายคณิต สีห์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ชี้แจงว่า ธนาคารกรุงเทพได้ออกหนังสือสัญญาค้ำประกันซีทีเอช ให้ไว้กับฟ็อกซ์จริง โดยมีเงื่อนไขว่าหากซีทีเอชผิดสัญญาที่ซีทีเอชทำไว้กับฟ็อกซ์ ธนาคารกรุงเทพ จึงจะจ่ายเงินให้ฟ็อกซ์ ซึ่งสัญญาที่ซีทีเอชทำกับฟ็อกซ์ ธนาคารกรุงเทพมิได้ลงนามในสัญญาดังกล่าว ธนาคารกรุงเทพจึงไม่ใช่คู่สัญญากับ ฟ็อกซ์โดยตรง ฟ็อกซ์เป็นเพียงผู้รับประโยชน์ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันที่ธนาคารกรุงเทพทำให้ไว้ ทั้งนี้ซีทีเอชได้ยืนยันกับธนาคารกรุงเทพว่า ฟ็อกซ์เป็นฝ่ายผิดสัญญา

เนื่องจากขณะนี้ ฟ็อกซ์ได้ยื่นฟ้องซีทีเอช และธนาคารกรุงเทพต่อศาลชั้นต้นที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ธนาคารกรุงเทพจึงไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล การให้ข้อเท็จจริง หรือความเห็นที่มีลักษณะเป็นการชี้นำแก่ศาล อาจเป็นการละเมิดอำนาจศาลและเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรง

ส่วนกรณีที่ฟ็อกซ์ฟ้องบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงเทพในฐานะที่เป็นผู้ค้ำประกันต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าต่างประเทศกลาง ข้อเท็จจริงก็เป็นไปในทำนองเดียวกันกับกรณีของซีทีเอช

เจ้าหนี้จับตาธุรกิจ“ทีวีดิจิทัล”

นายกานเดเวีย กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้ว กสทช. ได้เปิดประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล สร้างรายได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยมีธนาคารกรุงเทพ เป็นผู้ออกแบงก์การันตีรายใหญ่ที่สุดแก่ทีวีดิจิทัล จำนวน 14 ช่อง จากทั้งหมด 24 ช่อง คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท หรือราว 41%

อย่างไรก็ตามผู้ชนะการประมูลต้องประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากการซื้อขายเวลาโฆษณาชะลอตัว อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อีกทั้งผู้ชมยังคงนิยมรับชมช่องฟรีทีวีรายเดิมและเปลี่ยนมาดูทีวีดิจิทัล ช่องใหม่ในอัตราไม่สูง

การยุติการให้บริการทีวีดิจิทัลช่องต่างๆ นับเป็นการทดสอบระบบของธนาคารไทย เนื่องจากส่งผลให้บรรดาเจ้าหนี้ขอให้ธนาคารหลักหลายแห่งในประเทศไทยต้องจ่ายแบงก์การันตีแก่คู่สัญญาและผู้ผลิตหลายราย

“ความน่าเชื่อถือของธนาคาร ถือว่าเป็นทรัพย์สินสำคัญที่สุดของการเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน แบงก์การันตีที่ออกโดยธนาคารถือว่าเป็นเครื่องมือทางการเงินที่เป็นพื้นฐานต่อทั้งระบบการเงินและการพาณิชย์ของประเทศ ดังนั้นการทำหน้าที่ผู้ค้ำประกันตามสัญญา จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้ผู้ลงทุนเชื่อมั่นต่อธนาคารไทย การเพิกเฉยในการทำหน้าที่ดังกล่าว จึงถือเป็นความเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือของธนาคาร” นายกานเดเวีย กล่าว

แกรมมี่แจงรอศาลพิจารณาคดี

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าฟ็อกซ์ฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ทป.37/2559 เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2559 ในฐานความผิด ผิดสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและค้ำประกัน โดยมีทุนทรัพย์ตามฟ้อง 220 ล้านบาท

ทั้งนี้ ฟ็อกซ์ อ้างว่าเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2556 ฟ็อกซ์ได้ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิกับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และบริษัทจีเอ็มเอ็มบี จำกัด เพื่อให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้สิทธิในการทำการตลาดและจัดจำหน่ายช่องรายการที่ได้รับอนุญาต และมีสิทธิในการให้อนุญาตช่วงสิทธิแก่บริษัทจีเอ็มเอ็ม บี จำกัด ต่อมาจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผิดนัดชำระค่าธรรมเนียมให้แก่ฟ็อกซ์

โดยจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้กล่าวอ้างว่าฟ็อกซ์ เป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญาและฟ็อกซ์ ได้รับแจ้งจากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ว่า บริษัทจีเอ็มเอ็ม บี จำกัดได้มีหนังสือแจ้งไปยังจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพื่อขอยกเลิกสัญญาอนุญาตช่วงสิทธิระหว่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับบริษัทจีเอ็มเอ็ม บี จำกัด เป็นเหตุให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ บอกเลิกสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิกับโจทก์ โดยให้มีผลในวันที่ 6 ก.พ.2559 แล้ว

หลังจากนั้นฟ็อกซ์ จึงอ้างว่าการกระทำของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ดังกล่าวเป็นการผิดสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและได้ทวงถามธนาคารกรุงเทพ ในฐานะผู้ค้ำประกันให้ชำระเงินค่าสิทธิค้างชำระแล้ว แต่ธนาคารกรุงเทพเพิกเฉย ฟ็อกซ์จึงเรียกร้องให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และธนาคารกรุงเทพ ร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และธนาคารกรุงเทพ จะร่วมกันชำระให้แก่โจทก์แล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยศาลได้นัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยช่วงปลายปี 2560