"ธอส." เตรียมจัดแพ็คเกจสินเชื่อบ้าน"คนจน"ปีหน้า ร่วมมือกับบริษัทพัฒนาอสังหาฯ หาบ้านราคาต่ำกว่า 1 ล้านมาขาย เผยผู้ประกอบการมีสต็อคอยู่ในมือ
ประมาณ 4 พันยูนิตทั่วประเทศ เปิดแผนปีหน้าเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อช่วยเหลือสังคมมากขึ้น เป็น 40% จาก 30%
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปี 2560 ธนาคารมีแผนจะใช้ออกผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองมากขึ้น และเจาะเป็นกลุ่มๆเช่นกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่ง และกลุ่มที่ผ่านโรงเรียนการเงินมาแล้ว เป็นต้น
โดยจะมีการจัดหาบ้านที่มีราคาถูกมากๆ มาทำแพ็คเกจสินเชื่อ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการคุยกับผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไว้แล้ว ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้มีสินค้าอยู่ในสต๊อคอยู่แล้ว เป็นสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ก็จะนำสินค้าเหล่านี้ทำเป็นแพ็คเกจของธนาคารเพื่อให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้มาซื้อ โดยคิดดอกเบี้ยต่ำ
“จำนวนยูนิตอาจจะมีไม่เยอะ ซึ่งเราก็พยายามไปหาอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทเหล่านี้มาเตรียมไว้ ซึ่งก็มีทั้งในตัวเมืองและตามต่างจังหวัด คุยกับเอกชนรายใหญ่ที่มีของเหล่านี้อยู่ ก็จะพยายามทำความร่วมมือกับเค้า ในการออกเป็นแพ็คเกจ เท่าที่เห็นในมือประมาณ 4 พันยูนิต “
ธนาคารได้เริ่มออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ แต่หลายอย่างหลายอย่างยังไม่ได้ขีดเส้นให้ชัดระหว่างภาระกิจการช่วยเหลือสังคม (Social) และธุรกิจ (Business ) ปี2560 เราจะขีดเส้นให้ชัด เพิ่มภารกิจทางด้านสังคมให้มากขึ้น จากเดิมระหว่างภารกิจสังคมและธุรกิจอยู่ในสัดส่วนประมาณ 30:70 ก็จะปรับเพิ่มเป็น 40 :60 เป็นต้น
นอกจากนี้ในปีหน้า ธนาคารจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำธุรกิจมากขึ้น ลูกค้าเวลาเข้ามาติดต่อธนาคาร ไม่ต้องเสียเวลาเข้ามาติดต่อหลายครั้ง สามารถคุยกับเจ้าหน้าที่ ส่งเอกสารแผ่นแอพลิเคชั่นได้หมด สามารถทำให้การทำธุรกรรมต่างๆมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
สำหรับเป้าหมายสินเชื่อในปีหน้า วางเป้าการเติบโตประมาณ 6% หรือปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท จากปีนี้ที่ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ไว้ที่ 1.7 แสนล้านบาท บนพื้นฐานเศรษฐกิจในปีหน้ามีการเติบโตประมาณ 3-3.5% โดยสินเชื่อในปี้นี้ ล่าสุดในเดือนพ.ย.ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้แล้ว 1.48 แสนล้านบาท ดังนั้นในเดือนธ.ค.นี้ธนาคารจะต้องปล่อยสินเชื่อให้ได้อีก 2.4 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปี 1.7 แสนล้านบาท ส่วนกำไรล่าสุดอยู่ที 9 พันล้านบาท จากเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 9.5 พันล้านบาท
ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ล่าสุดอยู่ที่ 5.34%หรือ 4.9 หมื่นล้านบาท โดยสิ้นปีจะลดลงเหลือ 5.25%และในปีหน้าคาดว่าเอ็นพีแอลจะลดลงอีกประมาณ 1.2-1.3%เป็นการลดลงจากแผนการดำเนินงานปกติประมาณ 0.5%และลดลงจากการตัดขายเอ็นพีแอลอีก 8 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 3 ปีหน้า ซึ่งจะช่วยลดเอ็นพีแอลได้ประมาณ 0.8%เป็นไปตามแผนที่ธนาคารตั้งไว้ว่าภายใน 4 ปีเอ็นพีแอลจะลดลงเหลือประมาณ 4%









