"เบสท์ริน" เตรียมเสนอคลัง-ขสมก. ยึดเงินค่าซื้อรถ 3.3 พันลบ. เพื่อให้กรมศุลกากรปล่อยรถออกจากท่าเรือ ชี้ไม่มีเงินวางหลักประกันเพิ่ม
นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ผู้ชนะการประมูลจัดหารถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (รถเมล์เอ็นจีวี) จำนวน 489 คันให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยในงานแถลงข่าวกรณีกรมศุลกากรกักรถเมล์เอ็นจีวี 100 คันแรกไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพราะสงสัยเรื่องเอกสารรับรองถิ่นกำเนิด (From D) ว่า กรมศุลกากรได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของประเทศมาเลเซียแล้วเพื่อยืนยันว่า From D ที่บริษัทฯ นำมาแสดงเป็นเอกสารจริงหรือไม่ โดยเบสท์รินพร้อมให้ความร่วมมือและรอผลการตรวจสอบจากกรมศุลกากร
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เห็นว่าเรื่องนี้ควรได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด เพราะหากล่าช้าออกไปก็ไม่ส่งผลดีต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่ไม่มีรถเมล์รุ่นใหม่ใช้เป็นเวลาถึง 12 ปี
ทั้งนี้ บริษัทจึงเตรียมยื่นหนังสือถึงกระทรวงการคลังและ ขสมก. เพื่อขอให้บริษัทฯ สามารถนำรถออกจากท่าเรือแหลมฉบังระหว่างที่การตรวจสอบยังไม่เสร็จสิ้น โดยจะยื่นข้อเสนอให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ค้ำประกันเงินซื้อรถเมล์เอ็นจีวีของ ขสมก. ถือว่าค่าจัดซื้อรถทั้งหมดมูลค่า 3.3 พันล้านบาทเป็นเงินค้ำประกันเพื่อให้บริษัทฯ นำรถออกจากท่าเรือแหลมฉบังได้ก่อน เพราะบริษัทฯ ไม่มีสภาพคล่องเพียงพอจะวางเงินค้ำประกันเพิ่มเติม เนื่องจากได้ลงทุนจ้างผลิตรถไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาทและจ้างเงินค้ำประกันอีก 300 ล้านบาทให้ ขสมก. แล้ว
อย่างไรก็ตาม หากภายหลังพบว่า From D ที่บริษัทฯ นำมาแสดงเป็นของปลอม ก็ให้กระทรวงการคลังหักภาษีที่ถูกเรียกเก็บเพิ่มและค่าปรับจากค่าจัดซื้อรถเมล์มูลค่า 3.3 พันล้านบาท เนื่องจากภาษีและค่าปรับจะถูกส่งให้กับกรมศุลกากร ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงการคลังอยู่ดี
"ถ้าผู้ใหญ่และกระทรวงการคลังเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ ก็จะแก้ปัญหาไปได้ ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว เรามั่นใจว่าเราไม่ผิดและตอนนี้ยังเดินหน้ารับรถเมล์จนครบ 489 คันไปก่อน" นายคณิสสร์กล่าว






