background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

อัดฉีดงบกลางปี1.9แสนล. เริ่มเบิกจ่ายเงินก.พ.ปีหน้า

อัดฉีดงบกลางปี1.9แสนล. เริ่มเบิกจ่ายเงินก.พ.ปีหน้า

ครม.ไฟเขียวเพิ่มงบกลางปี 1.9 แสนล้านบาท กู้เพิ่ม 1.62 แสนล้าน คาดเสนอ สนช.ทันปลายเดือน ม.ค. พร้อมอนุมัติวงเงินสู่ระบบได้ในเดือน ก.พ.ปีหน้า

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการจัดทำงบประมาณกลางปี 2560 วงเงิน 190,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล หลังจากประเมินว่าในปีหน้าเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวและเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวจากหลายปัจจัย

งบประมาณดังกล่าวจะมาจากเงินกู้ 162,921.7 ล้านบาท และภาษีและรายได้อื่นๆ 27,078.3 ล้านบาท

การเพิ่มวงเงินงบประมาณกลางปีครั้งนี้ เมื่อรวมกับวงเงินงบประมาณเดิม 2,733,000 ล้านบาท จะทำให้งบประมาณปี 2560 มีทั้งสิ้น 2,923,000 ล้านบาท และจากการกู้เงินเพิ่มขึ้นจะทำให้วงเงินกู้สำหรับปีงบประมาณจากกู้ชดเชยงบประมาณ 390,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 552,921.7 ล้านบาท จากเพดานที่รัฐบาลสามารถกู้ได้ตามกฎหมายงบประมาณ 611,549.4 ล้านบาท

การจัดทำงบประมาณกลางปีในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลเตรียมออกมา โดยก่อนหน้านี้ได้อนุมัติการลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยววงเงิน 15,000 บาทไปแล้ว ส่วนการหักค่าลดหย่อนการจับจ่ายใช้สอย 30,000 บาท ยังไม่ผ่านการพิจารณาของ ครม.

นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่างบประมาณในส่วนนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปการจัดทำงบประมาณในรูปแบบกลุ่มจังหวัด และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

สำหรับการจัดทำงบประมาณกลางปี 2560 วงเงิน 1.9 แสนล้านบาทแหล่งที่มาของเงินประกอบไปด้วยเงินกู้เพื่อขาดดุลการชดเชยงบประมาณ 162,921.7 ล้านบาท และภาษีและรายได้อื่นๆ 27,078.3 ล้านบาท

งบประมาณในส่วนนี้จะนำไปใช้ใน 3 ส่วน ประกอบไปด้วยการใช้จ่ายในโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัดวงเงิน 1 แสนล้านบาท งบประมาณที่จัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านหมู่บ้านละ 500,000 บาท รวมวงเงินประมาณ 6 หมื่นล้านบาท และวงเงินเพื่อชดเชยเงินคงคลังของรายจ่ายงบประมาณในปีที่ผ่านมา 27,078.3 ล้านบาท

การตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลังในครั้งนี้ กระทรวงการคลังแจ้งว่าแหล่งที่มาของรายได้ชดใช้เงินคงคลังจะมาจากการนำรายได้และสภาพคล่องส่วนเกินและกำไรสะสมของรัฐวิสาหกิจและส่วนราชการอื่นๆมาเป็นรายจ่ายในการชดเชยเงินคงคลัง

ทั้งนี้กรอบวงเงินสูงสุดที่รัฐบาลสามารถกู้เงินได้ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 ตาม พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 21 มีจำนวนรวม 611,549.4 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีการตั้งงบประมาณขาดดุลไปแล้วทั้งสิ้น 3.9 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงยังมีวงเงินที่กู้ได้อีกประมาณ 221,549.4 ล้านบาท แต่รัฐบาลได้ดำเนินการกู้เงินเพิ่มเติมอีกเพียงประมาณ 1.6 แสนล้านบาทเศษ เพื่อนำมาเป็นงบประมาณเพิ่มเติมในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ

ส่วนอีกประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาทเศษเป็นการตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยรายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลังของรายจ่ายในปีที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ที่ประชุม ครม.ยังได้เห็นชอบการจัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการตามแนวทางการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งจะเป็นคณะกรรมการที่มีความสำคัญในการจัดทำงบประมาณและโครงการสำหรับการลงทุนในกลุ่มจังหวัดทั้ง 18 จังหวัด โดยผู้แทนประกอบไปด้วยสำนักงบประมาณ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และตัวแทนจากภาคเอกชนที่เป็นตัวแทนของคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชน (กรอ.)

คณะกรรมการชุดนี้จะมีส่วนร่วมในการกลั่นกรองโครงการต่างๆที่กลุ่มจังหวัดมีการเสนอเข้ามาภายในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ตั้งแต่ขั้นตอนการเสนอโครงการที่จะมีการทำเวิร์คช็อปร่วมกัน จากนั้นคณะกรรมการกลั่นกรองฯจะพิจารณาโครงการต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์และนำเสนอ ครม.ภายในวันที่ 17 ม.ค.2560 หลังจาก ครม.เห็นชอบจะนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้ พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมปี 2560 มีผลบังคับใช้ในเดือน ก.พ.ปีหน้า

“การจัดทำงบประมาณกลางปีเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนในครั้งนี้การพิจารณาโครงการต่างๆจะมีการพิจารณาได้รวดเร็วเนื่องจากในการคัดเลือกและเสนอโครงการคณะกรรมการกลั่นกรองจะลงไปทำงานกับกลุ่มจังหวัดตั้งแต่ในขั้นตอนคัดเลือกโครงการเพื่อเสนอมาให้สำนักงบประมาณพิจารณา” นายสมศักดิ์ กล่าว