คลังเลื่อนจ่ายเงินคนจนเป็นวันที่ 3 ธ.ค.จาก 1 ธ.ค. ระบุ มีข้อมูลผู้ลงทะเบียนที่คลาดเคลื่อน มอบสรรพากรตรวจสอบละเอียดอีกรอบ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเลื่อนจ่ายเงินผู้ที่ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย เพื่อขอรับสิทธิ์สวัสดิการรัฐเป็นวันที่ 3 ธ.ค.นี้ จากเดิมจะจ่ายวันที่ 1 ธ.ค.นี้ เนื่องจากพบว่าข้อมูลด้านรายได้ของผู้ลงทะเบียนกว่า 1 หมื่นรายยังมีความคลาดเคลื่อน จึงให้กรมสรรพากรทำหน้าที่การตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน
“ผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนกว่า 8.3 ล้านราย พบว่า บางรายอาจมีคุณสมบัติไม่ครบจำนวนหลักหมื่นราย ได้รับรายงานว่า เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ต้องเช็คข้อมูลอีกรอบ เพื่อให้คนที่อาจเสียสิทธิ์ผิดพลาด เรากำลังเช็คเรื่องรายได้ ต้องมีรายได้ต่ำกว่า 1 แสน ให้กรมสรรพากรทบทวนอีกรอบ กลัวว่าเราจ่ายแล้ว คนจะเสียสิทธิ์ ก็ใช้เวลา 2 วันตรวจสอบเพื่อความมั่นใจ และช่วงนี้ปลายเดือนจะชนกับการโอนเงินอื่นๆ ด้วย แต่ยืนยันว่า เรามีเงินจ่าย”
สำหรับการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ ขณะนี้ยังไม่ได้รับการส่งสัญญาณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่มีการเสนอว่า ควรให้ลงทะเบียนเร็วขึ้น จากเดิมกำหนดให้ลงเดือนส.ค.-ก.ย.ปีหน้า เนื่องจากอาจมีผู้ที่พลาดการลงทะเบียนรอบนี้ เนื่องจากไม่มั่นใจว่า รัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือจริง จึงต้องรอระดับนโยบายกำหนดมาอีกครั้ง
“ก็รอนโยบาย ถ้าให้ลงทะเบียนเร็วขึ้น ก็ทำได้ไม่ยาก แต่เรากำลังคิดว่า ถ้าลงทะเบียนแล้ว ก็ให้ใช้สิทธิ์กันมาก เดิมเราเปิดให้คนมาลงทะเบียนคนมาลงทะเบียนไม่เยอะ เพราะไม่คิดว่า เราจะไม่ให้อะไร ขอย้ำว่า การลงทะเบียนเป็นคนจนเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าคุณสมบัติถูก จะเป็นการให้เงินแบบถูกคน งบประมาณไม่รั่วไหล ไม่เหมือนใช้งบที่มีการใช้จ่ายแบบเหวี่ยงแห ถูกคนบ้าง ไม่ถูกคนบ้าง”
สำหรับคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี มีกว่า 10 ล้านคน หากรัฐบาลทำโครงการนี้สำเร็จ จำนวนคนจนจะมีน้อยลง แต่ถ้าจำนวนคนจนมีมากขึ้น แสดงว่า ทำมาตรการผิด การทำนโยบายดังกล่าว เป็นนโยบายแบบทำเพียงครั้งเดียว ไม่มีการผูกพันงบ และจะทำในช่วงที่คนจนกำลังเดือดร้อน
กระทรวงการคลัง กำลังออกแบบสวัสดิการคนจนเพิ่มเติม โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการ เพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน สำหรับมาตรการช้อปช่วยชาติ กระทรวงการคลังได้ส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในชั้นคณะรัฐมนตรีแล้ว คงอยู่ระหว่างการบรรจุเป็นวาระ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ตามศักยภาพ 4-5% ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตระดับดังกล่าวได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยมาตรการที่จะออกมา เน้นไปที่การลงทุนภาครัฐ เมื่อภาครัฐลงทุน เชื่อว่า เอกชนจะลงทุนตาม มาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนของเอกชนที่จะสิ้นสุดปีนี้ กระทรวงการคลังยืนยันไม่ต่ออายุอีก
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า มีคนรายได้น้อยมาลงทะเบียนกับธนาคารออมสิน 2.56 ล้านราย ในจำนวนนี้ มี 1.5 ล้านรายที่ธนาคารพร้อมที่จะโอนเงินให้ได้ทันที เพราะมีบัญชีกับธนาคารออมสินแล้ว ส่วนที่เหลือต้องมาเปิดบัญชีกับธนาคารต่อไป ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้ มิฉะนั้นถูกตัดสิทธิ์








