วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทย 'แกว่งกรอบแคบ' ลุ้นลดกำลังผลิตน้ำมัน

โบรกเกอร์คาดหุ้นไทยยังแกว่งตัว "กรอบแคบ" รอความชัดเจน "ลดกำลังการผลิตน้ำมัน"


นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯและตลาดหุ้นยุโรป คืนที่ผ่านมา แกว่งตัวในกรอบแคบ ตัวเลข จีดีพีไตรมาสที่3 รายงานครั้งที่สองของสหรัฐฯ สูงขึ้นจาก 2.9% เป็น 3.2% หนุนให้ค่าเงินดอลล่าร์ปรับตัวสูงขึ้น เรามองว่า ตลาดหุ้นต่างประเทศ กำลังรอปัจจัยใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความคืบหน้าของการนำนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯที่ใช้ในการหาเสียงมาใช้ ว่าจะทำอย่างใดบ้าง หรือการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ เฟด ว่าจะขึ้นในลักษณะใด ก่อนหน้าตลาดรับรู้ต่อเรื่องเหล่านี้มาระดับหนึ่งแล้ว หากไม่มีอะไรใหม่ๆ ตลาดจะเริ่มชะลอลง ขณะที่การลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศอิตาลี ในวันที่ 4 ธ.ค. เป็นเรื่องที่มีผลต่อตลาดยุโรป และประเทศอื่นๆในทางอ้อม หากประชาชนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล(นายกฯ) ซึ่งจะเกิดความกังวลต่อทิศทางของประเทศ
รวมไปถึงการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป ซึ่งการที่ระดับของ Bond Yield นั้นเริ่มทรงตัว บ่งชี้ว่าตลาดกำลังรอข้อมูลใหม่ๆ ที่จะบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน จะทำให้ธนาคารกลางประเทศอื่นๆ เพิ่มความระวังในการออกนโยบายการเงินมากขึ้น เพื่อไม่ให้สวนทางกับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ทั้งนี้การประชุม OPEC ในเย็นวันนี้ (30พ.ย.) ประเด็นที่ต้องตามคือ 1.) กลุ่ม OPEC จะปรับลดกำลังการผลิตลงจากปัจจุบัน 33.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน เท่าใด ระหว่าง 0.6-1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน 2.) ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC มีรายใดที่จะปรับลดกำลังผลิต และปรับลงเท่าใด 3.) จะปรับลดเมื่อใด และยาวนานแค่ไหน และ 4.) กลไกในการควบคุมการผลิตน้ำมัน โดยที่การเจรจาที่จนถึงเวลานี้ยังไม่สามารถระบุผลได้ บอกถึงโอกาสที่จะลดกำลังการผลิตลงมากๆ นั้นว่าเป็นไปได้ยาก แต่ถึงกระนั้นตลาดก็ไม่ได้คาดหวังมากอยู่แล้ว เราประเมินว่า ถ้าลดน้อยกว่า 7 แสนบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันดิบ WTI จะอยู่ในกรอบ 40-50 ดอลลาร์ แต่ถ้าลดมากกว่านี้ จะขึ้นเป็น 50-55 ดอลลาร์
ส่วนปัจจัยในประเทศ อีกไม่นานน่าจะทราบกำหนดการของการเลือกตั้งทั่วไป ที่กำหนดการเดิม คือปลายปี 2560 ในส่วนของตลาดหุ้นแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศ ถึง 3.0 พันล้านบาท พลิกจากที่ซื้อไปในวันก่อน ทำให้นักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังในการเข้าซื้อหุ้นในวันนี้ เรื่องมาตรการลดภาษี 15,000 บาท สำหรับการท่องเที่ยวเป็นไปตามข่าวที่ออกมาในช่วงนี้ และราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องต่างสะท้อนข่าวบวกนี้ไปบ้างแล้ว
ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นคาดว่าจะยังแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ตัวเลขส่งออกเดือน ต.ค.ที่ชะลอตัว ลดน้ำหนักในทางบวกของตลาดลง ขณะที่นักลงทุนบางส่วน จะรอดูผลการประชุม OPEC ในช่วงเย็น และคาดว่าดัชนีฯเมื่อสิ้นวันมีแนวโน้มที่จะลดลงจากวันก่อน
"ด้วยทิศทางตลาดที่อ่อนไหวและรอคอยปัจจัยใหม่ๆ การเข้าเก็งกำไรจึงต้องใช้ความระมัดระวัง นักลงทุนที่ต้องการเข้าถือเพื่อลงทุนแนะนำให้ทยอยเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง หุ้นกลุ่มที่มีความน่าสนใจ จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยเอง และหุ้นที่ให้ผลตอบแทนด้านเงินปันผลที่สูง มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,487-1,505 จุด”