วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

2บจ.‘อ่วม’ แบกขาดทุนบริษัทย่อย

"เอ็มเอไอ" สรุปข้อมูลบจ.ที่ซื้อขายเงินลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ พบดีเอ็น-นิปปอนแพ็ค ขาดทุนหากไม่รวมกำไรจากการลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ สรุปข้อมูลบริษัทจดทะเบียนที่ซื้อขายเงินลงทุนอย่างมีนัยสำคัญและมีผลขาดทุนหากไม่รวมกำไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุน โดยรวบรวมข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนที่นำส่งงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2559 กรณีเป็นบริษัทที่หากไม่รวมกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนแล้ว ยังมีผลการดำเนินงานเป็นขาดทุนสุทธิ 

และเมื่อพิจารณาจากงบการเงินงวดดังกล่าวแล้วพบว่ามีบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) DNA และบริษัท นิปปอน แพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) NPP เข้าข่ายข้างต้นและต้องเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ด้วย

ก่อนหน้านี้ นายภวิน บัดติยา ผู้จัดการแผนกบัญชีและภาษี บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) DNA แจ้งว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท บัน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น ในสัดส่วน 69.50% ของทุนชำระแล้ว หรือจำนวน 5,560,281 หุ้น ในราคาหุ้นละ 21.58 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 120 ล้านบาท ให้แก่ นายธนอรรถ ตรีธิติธัญ ซึ่งไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ได้จากการจัดทำรายงานการประเมินมูลค่ากิจการบวกกับส่วนเพิ่ม

ทั้งนี้ บริษัท บัน จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตเบเกอรี่ ขายปลีกขายส่งขนมปัง และผลิตภัณฑ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันทุกชนิด ในนาม “มิสเตอร์บัน”

การดำเนินการจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดใน Bun ในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนเมื่อเทียบกับต้นทุน ในขณะที่ผลประกอบการของ Bun ยังไม่สะท้อนผลกำไรออกมาได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าภายหลังการทำรายการดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว จะทำให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจที่สามารถให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าธุรกิจเดิมต่อไป

“คณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าการเข้าทำรายการในครั้งนี้มีความเหมาะสม เนื่องจากผลประกอบการของ Bun ยังไม่สะท้อนผลกำไรออกมาอย่างชัดเจน ในขณะที่มีนักลงทุนให้ความสนใจในกิจการโดยเสนอเงินเพื่อแลกกับหน่วยลงทุนในมูลค่าที่เหมาะสม ดังนั้น การทำรายการในครั้งนี้ จึงเป็นประโยชน์ส่งผลให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจที่สามารถให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าธุรกิจเดิมต่อไป และจะส่งผลดีกับผู้ถือหุ้นของบริษัทต่อไป”