บางจากทุ่ม 3 พันล้านเปิด 'สพาร์'

บางจากทุ่ม 3 พันล้านเปิด 'สพาร์'

"บางจาก" ทุ่ม 3 พันล้าน ขยายแผนลงทุน "สพาร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต" ในปั๊ม-นอกปั๊มน้ำมัน 300 แห่งภายในปี63 เชื่อสร้างรายได้นอนออยล์ปีละ1.5 หมื่นลบ.

โมเดลธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคครบวงจร ส่งผลให้ผู้ประกอบการน้ำมันต่างหันมาใช้แบรนด์ชั้นนำเพื่อทำธุรกิจค้าปลีกในสถานีบริการน้ำมันมากขึ้น มีการแข่งขันที่รุนแรง ล่าสุดวานนี้(28พ.ย.) บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดแถลงข่าวพร้อมโชว์รูปแบบการให้บริการภายใต้แบรนด์“สพาร์”จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่สถานีบริการน้ำมัน บนถนนกาญจนาภิเษก

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บางจาก เปิดเผยถึงแผนการลงทุน “สพาร์” ซูเปอร์มาร์เกต ว่าบางจากฯเตรียมงบ 3 พันล้านบาท ขยายสาขา“สพาร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต” ในไทยให้ครบ 300 แห่ง ภายในปี 2563 จะเป็นรูปแบบที่บางจากบริหารจัดการเอง50%และรูปแบบแฟรนไชส์50% ซึ่งจะผลักดันให้รายได้จากธุรกิจค้าปลีกที่ไม่ใช่น้ำมัน(นอนออยล์) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วน30%ของธุรกิจนอนออยล์ จากปัจจุบันอยู่ที่10%

โดยปีนี้บางจากฯ ตั้งเป้าที่จะขยายสพาร์ ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก 6-7 สาขา เช่น สถานีบริการน้ำมันบน ถนนกาญจนาภิเษก และถนนสายหลักใน จ.สุพรรณบุรี วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และพระราม 3 เป็นต้น ส่วนปี2560จะขยายสพาร์ทั้งในสถานีบริการน้ำมันและนอกสถานีบริการน้ำมันทุกรูปแบบปีละ50-80 แห่ง

ชู“สพาร์”เรือธงธุรกิจบางจาก

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าบางจากฯ คาดหวังว่าสพาร์ จะเป็นเรือธง(Flagship)ในอนาคต เพราะมีสินค้าที่หลากหลายประเภท เน้นอาหารสด จะเป็นจุดเด่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าชุมชนที่อาศัยนอกเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิต จากการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ผลักดันให้ บางจาก ไปสู่“นวัตกรรมสีเขียวชั้นนำแห่งเอเชีย”

“จากการสำรวจข้อมูลพบว่าประชาชนที่มาใช้บริการในสถานีบริการน้ำมันบางจาก จะจอดรถอยู่นาน 1 ชั่วโมง นอกจากการใช้ Wi-fi ฟรีแล้ว เชื่อว่าสพาร์ จะเป็นตัวหลักที่ดึงดูดลูกค้า เพราะมีความโมเดิร์น จากการเปิดสาขานำร่องในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ที่ ถ.ราชพฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา มีรายได้วันละ 1 แสนบาท อนาคตจะสนับสนุนให้สินค้าโอทอป เข้าไปขายด้วย ก่อนผลักดันสินค้าโอทอปไปจำหน่ายยังสพาร์ซูปเปอร์มาร์เก็ตบริษัทแม่ ที่เนเธอร์แลนด์ เบื้องต้นสนใจสินค้าข้าวหอมมะลิของไทย”นายชัยวัฒน์ กล่าว

เล็งเปลี่ยนโฉม“มินิ บิ๊กซี”เป็นสพาร์

ในส่วนของสถานีบริการน้ำมันที่หมดสัญญากับบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในการเปิดค้าปลีก เป็นร้าน“มินิ บิ๊กซี” มีอยู่ 165 แห่งในปัจจุบัน ต่อไปจะหันมาใช้แบรนด์สพาร์แทน เพื่อทำธุรกิจค้าปลีก ในส่วนของ “ร้านใบจาก” จะชะลอการขยายสาขาไว้ก่อน และจะหันไปเน้นแบรนด์สพาร์มากขึ้น ในอนาคตจะเหลือเฉพาะแบรนด์ สพาร์ หรือไม่นั้น ยังต้องรอพิจารณาการตอบรับของผู้บริโภคภายใน 1-2 ปีก่อน

ทั้งนี้ สพาร์ เป็นซูเปอร์มาร์เกต จากเนเธอร์แลนด์ เป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งรายใหญ่ระดับนานาชาติ มีสาขากว่า12,100 แห่งใน 43 ประเทศ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่44 โดยให้สิทธิกับบางจากเพียงรายเดียว ภายใต้แนวคิด SPAR FRESH & EASY FOOD MARKET ที่ให้บริการลูกค้าด้วยจุดเด่นที่แตกต่างคือ ความเป็นเลิศด้านอาหารสด ใส่ใจคุณภาพและบริการ และมีมุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชน ตามนโยบายของบางจากฯ ขณะที่ในเอเชีย สพาร์ ได้เข้าไปทำตลาดในจีน และอินเดีย

แบ่งธุรกิจสพาร์ 4 โมเดล

การดำเนินธุรกิจสพาร์มี 4 โมเดล ประกอบด้วย สพาร์ ร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมัน สนามบิน สถานีรถไฟ, SPAR EXPRESS ร้านค้ารูปแบบดั้งเดิม ในพื้นที่ชุมชนในเมืองและชนบท, EUROSPAR ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ สำหรับกลุ่มครอบครัว ส่วนใหญ่อยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือสแตนด์อะโลนซูเปอร์มาร์เก็ต และ INTERSPARรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่สุด

นายวิบูลย์ วงสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด กล่าวว่า สำหรับรูปแบบ สพาร์ ในสถานีบริการน้ำมัน จะมีหลายรูปแบบ เช่น ซีสโตน จนไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ต โดยจะใช้เงินลงทุนตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่อยู่ที่ 10-40 ล้านบาทต่อแห่ง แตกต่างกันตามขนาดพื้นที่โดยจะใช้พื้นที่ตั้งแต่ 300 - 500 ตารางเมตร

คาด 3 ปีขยายสู่ซีแอลเอ็มวี

สำหรับแผนการขยาย สพาร์ ในไทยจะเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ และความมั่นคงธุรกิจในประเทศเป็นหลัก ก่อนที่จะขยายสาขา สพาร์ ออกไปยังตลาดกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี โดยจะนำร่องในลาว และกัมพูชา ซึ่งจะพิจารณาจากกำลังซื้อเป็นหลัก แต่จะเป็นในรูปแบบใดนั้นคงจะต้องเข้าไปสำรวจข้อมูลในพื้นที่ในชัดเจน

โดยคาดว่าจะเริ่มขยายสาขาไปยังกลุ่มซีแอลเอ็มวี ภายในปีที่ 3-4 ปี หลักจากเดินหน้าขยายสาขาในประเทศ หรือ อาจจะดำเนินการได้เร็วขึ้นหากสาขาในประเทศมีความเข้มแข็ง และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ยอมรับว่าธุรกิจค้าปลีกในสถานีบริการน้ำมันแข่งขันกันรุนแรง แต่เชื่อมั่นในแบรนด์ สพาร์ ที่เทียบเท่ากับท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้า

“บางจากเป็นรายเดียวที่เข้าไปเจรจาซื้อ แบรนด์สพาร์ ใช้เงินราว 100 ล้านบาท โดยใช้เงินจากบริษัทแม่ และให้บางจาก รีเทล เป็นผู้บริหารจัดการ การที่เนเธอร์แลนด์ เลือกบางจาก เพราะมั่นใจในแบรนด์ที่แข็งแรง”

รายได้นอนออยล์อีก 4 ปีแตะ 30%

ด้านบล.ฟิลลิป ระบุว่าการที่บางจาก ขยายธุรกิจการตลาดและธุรกิจพลังงานทางเลือก จะเป็นส่วนช่วยลดความผันผวนของผลดำเนินงานในธุรกิจโรงกลั่น จากความไม่แน่นอนของค่าการกลั่น

ปัจจุบันบางจากมีสถานีบริการน้ำมันกว่า 1,000 แห่ง และส่วนแบ่งการตลาดมาเป็นอันดับ 2 หรือราว 15% ของปริมาณขายน้ำมันที่ขายผ่านสถานีบริการทั้งหมด

ที่สำคัญบางจาก ยังได้พันธมิตรทางธุรกิจอย่างสพาร์ จะช่วยเสริมผลดำเนินงานของธุรกิจการตลาดในส่วนที่ไม่ใช้น้ำมัน ภายใต้แบรนด์ “สพาร์” คาดจะช่วยหนุนยอดขายของธุรกิจการตลาดในส่วนที่ไม่ใช่น้ำมันเพิ่มขึ้น

จากปัจจุบันที่ส่วนใหญ่จะมาจาก Inthanin (จำหน่ายเครื่องดื่ม) Lemon Kitchen(จำหน่ายอาหารปรุงสด) และ มินิ บิ๊กซี จะช่วยหนุนยอดขายในระยะยาว จากเป้าในปี2559 อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ผู้บริหารคาดจะเพิ่มไปเป็น 15,000 ล้านบาทในปี 2564 หรือคิดเป็นสัดส่วนของ EBITDA ของธุรกิจการตลาดในส่วนของที่ไม่ใช่น้ำมัน เพิ่มขึ้นจาก10%ในปี 2559 ไปเป็น 30%ในปี 2564