วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ธุรกิจหนุนมาตรการ 'ช้อปช่วยชาติ'

ธุรกิจหนุนมาตรการ 'ช้อปช่วยชาติ'

ธุรกิจหนุนมาตรการ “ช้อปช่วยชาติ” เข้าครม.วันนี้ คาดช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10-20% ใกล้เคียงปีก่อน ผสมโรงร่วมพันธมิตรลดราคาสินค้า

มาตรการ “ช้อปช่วยชาติ” ที่กระทรวงการคลังจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันนี้ เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วยโค้งสุดของปีนี้ โดยให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า วงเงินสูงสุดไม่เกิน 3 หมื่นบาท มาหักลดหย่อนภาษี กำหนดระยะเวลาของมาตรการตลอดเดือนธ.ค. ธุรกิจค้าปลีกต่างตอบรับมาตรการนี้ว่าจะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มขึ้น

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารร้าค้าปลีกสมัยใหม่“เทสโก้ โลตัส” ไฮเปอร์มารเก็ตที่มีสาขามากที่สุดในไทย เปิดเผยว่า พร้อมที่จะสนับสนุนมาตรการช้อปช่วยชาติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2559 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตดีขึ้น หากครม.อนุมัติมาตรการนี้

คาดกระตุ้นใช้จ่ายเพิ่ม10-20%

โดยมองว่ามาตรการดังกล่าวจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย โดยประชาชนจะทยอยออกมาจับจ่ายใช้สอย เมื่อเทียบกับปีก่อนที่โหมจับจ่ายในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี เนื่องจากระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นกว่าปีก่อน

“เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายได้ใกล้เคียงกับปีก่อน หรือราว 10-20% ขณะที่ยอดการจับจ่ายคาดว่าเฉลี่ยไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อคน แต่หากเป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูงอาจจะมากกว่า 1 หมื่นบาทขึ้นไป”

เทสโก้ฯรับยอดขายต.ค.-พ.ย.ชะลอ

สำหรับภาพรวมกำลังซื้อผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมา พบว่าชะลอตัวโดยเฉพาะในเดือนต.ค. พ.ย. ส่งผลให้ผู้เข้าใช้บริการในเทสโก้ โลตัส ลดลง เนื่องจาก 2 ปัจจัย คือผู้บริโภคต้องการใช้เวลากับครอบครัว และบางส่วนเดินทางไปที่ท้องสนามหลวงเพื่อเคารพพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่าภาคการลงทุนโครงการต่างๆ ของรัฐที่ชัดเจนขึ้นในปีหน้า โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าและโครงการขนาดใหญ่อื่นๆ จะทำให้เงินหมุนเวียนนในระบบผลักดันให้เศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น

ผนึก“รัฐ-เอกชน”ลดค่าครองชีพ

ล่าสุดเทสโก้ โลตัส ได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน และผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มอุปโภค-บริโภค (ซัพพลายเออร์) จำนวน 14 ราย จัดแคมเปญ “รวมใจช่วยคนไทยลดค่าครองชีพ” โดยรวบรวมสินค้ากว่า 700 รายการ จาก 24 แบรนด์ชั้นนำ นำสินค้ามาลดราคาไม่ต่ำกว่า 20% คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกันระหว่างเทสโก้ โลตัสกับคู่ค้าประมาณ200 ล้านบาท ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 2559 จนถึง 4 ม.ค. 2560

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญต่างๆ ทยอยดำเนินการต่อเนื่อง เช่น แคมเปญฯ “ประหยัดตลอดกาล” หรือการลดราคากลุ่มสินค้าที่จำเป็นถาวร ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอาหารสด สินค้าแม่และเด็ก ขนมขบเคี้ยว และข้าวสาร เป็นต้น

แคมเปญ “ประหยัดทั้งเดือน/สัปดาห์” หรือการทำโปรโมชั่นเสริมที่หมุนเวียนทุกๆ สัปดาห์ ช่วยให้ลูกค้าประหยัดมากขึ้น เช่น ซื้อ 1 แถม 1, ซื้อ 2 แถม 1, คูปองเงินสด และส่วนลดท้ายบิล แคมเปญ “ประหยัดสินค้าเทศกาล” เช่น กระเช้าปีใหม่เทสโก้ ไฟน์เนส หรือสินค้าพรีเมียมจากต่างประเทศ กระเช้าโอทอป และกระเช้าข้าวหอมมะลิอินทรีย์

“เราเชื่อว่าสิ่งต่างๆ ที่ทำไป จะสามารถช่วยกระตุ้นและดึงดูดให้ลูกค้าให้ออกมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นในช่วงภาวะเศรษฐกิจแบบนี้” นายสมพงษ์ กล่าว

"สยามพิวรรธน์"ร่วม15พันธมิตรลดราคาสินค้า

นางสาวชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการ สายกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสที่ 4 นี้ บริษัทได้ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาทเพื่อสร้างสีสันในช่วงพิเศษสำหรับการจับจ่าย เพื่อสร้างบรรยากาศและกระตุ้นผู้บริโภคให้ตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยให้มากขึ้น เพื่อสร้างการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ ทั้งในกลุ่มของสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องประดับ สินค้าไอที ตลอดจนผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร เป็นต้น

กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าหนุนมาตรการ

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบาไทยแลนด์ จำกัด เชื่อว่า หากมีมาตรการช้อปช่วยชาติ จะกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคได้ระดับหนึ่ง ประกอบกับบรรยากาศในช่วงเทศกาลต่างๆ ทั้งคริสต์มาสและปีใหม่จะช่วยกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายปลายปีนี้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะในช่วงปลายปีเป็นช่วงที่พนักงานบางบริษัทได้รับเงินโบนัส ทำให้เกิดการจับจ่ายซื้อสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าตามมา

นายฉัตรชัย สันตติอนันต์ รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า หากมีมาตรการช้อปช่วยชาติ จะกระตุ้นจับจ่ายใช้สอยได้เป็นอย่างดี ทั้งในกลุ่มสินค้าทั่วไปรวมถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยคาดว่าในปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา หากมีการเพิ่มชอปปิงจาก 1.5 หมื่น เป็น 3 หมื่นบาท เพื่อนำมาหักลดหย่อนภาษี

ธปท.หนุน‘ช้อป’กระตุ้นจีดีพีท้ายปี

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลเตรียมผลักดันออกมาในช่วงปลายปีนี้ น่าจะส่งผลดีช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุที่รัฐบาลต้องออกมาตรการนี้มา อาจเพราะมองว่าไตรมาสสุดท้ายปีนี้ มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลง

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อเศรษฐกิจไตรมาส 4 มีทั้งเรื่องปริมาณสินค้าเกษตรจากทั่วโลกที่มีมากกว่าคาด เช่น ข้าว ทำให้ราคาปรับลดลง รวมทั้งการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่ส่งผลนักท่องเที่ยวชาวจีนลด ซึ่งอาจมีผลต่อการบริโภคในประเทศด้วย และบรรยากาศความโศกเศร้าในประเทศ ก็คงมีผลต่อเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายด้วย ทำให้รัฐบาลต้องมีมาตรการชั่วคราวเพื่อมากระตุ้น ผลักดันให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจมีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าว ถือเป็นมาตรการชั่วคราวที่ออกมาเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อที่โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ กำลังออกมาในปีหน้า เพียงแต่มาตรการควรต้องทำเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะถ้าทำไปนานๆ จะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ

“มาตรการที่ส่งเสริมให้คนใช้เงินในบางช่วง ถ้าทำยาวๆ 6 เดือนหรือ 1 ปี จะไม่ช่วยกระตุ้นให้คนใช้เงิน เพราะส่วนหนึ่งเป็นการดึงเงินอนาคตมาใช้ เข้าใจว่า อันนี้เป็นมาตรการรอยต่อที่มาเติมเต็มในช่วงที่ รอมาตรการลงทุนขนาดใหญ่ๆ ที่กำลังจะออกมาในปีหน้า ซึ่งการลงทุนเหล่านี้ต้องใช้เวลา เมื่อรัฐบาลเห็นว่ามีสัญญาณที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวลง อารมณ์การใช้จ่ายของคนลดลง จึงมีมาตรการนี้ออกมา ซึ่งเป็นเรื่องดี สะท้อนว่ารัฐตื่นตัวกับการดูแลเศรษฐกิจ”

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้ ยังคงมองว่าจะขยายตัว 3.2% แม้ไตรมาสสุดท้ายอาจชะลอลงบ้าง อย่างไรก็ตาม ธปท. อยู่ระหว่างรอดูภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี เพื่อประเมินภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้และปีหน้า โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) วันที่ 21 ธ.ค.2559 จะเป็นรอบที่มีการทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่ด้วย

คลังคาดล้านคนได้ประโยชน์

ขณะที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การนำมาตรการช้อปช่วยชาติเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เป็นเพราะเห็นว่า เศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 4 อาจจะไม่ค่อยดีเท่ากับ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา จึงเสนอมาตรการกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเป็นมาตรการในลักษณะเดียวกันกับมาตรการที่เคยนำมาใช้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้เศรษฐกิจทั้งปีขยายตัวได้ 3.3%

กระทรวงการคลังจะเสนอวงเงินใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี เบื้องต้นเสนอไป 1.5 หมื่นบาท เราเห็นว่า เป็นระดับที่เหมาะสม และ คาดจะมีผู้ได้ประโยชน์จากมาตรการ 1 ล้านราย อย่างไรก็ตาม วงเงินการลดหย่อนอาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ครม. สำหรับระยะเวลาการใช้มาตรการคาดว่า ตลอดเดือนธ.ค.นี้

“เราเห็นว่า ช่วงไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจคงแผ่ว จึงมีแนวคิดนำมาตรการที่เคยใช้มาก่อน มาใช้ในปีนี้ และเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่พอดี แต่รายละเอียดต้องรอ ครม.พิจารณาก่อน รวมถึงวงเงินลดหย่อนขึ้นกับการพิจารณา ครม. สำหรับร้านค้าและบริการที่อยู่ในเงื่อนไข จะต้องเป็นร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างเต็มรูปแบบ”

คาดธ.ค.สรุปลดภาษีเที่ยวไทย

เขากล่าวว่า คลังคงไม่มีมาตรการชุดใหญ่สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีอีก แต่สำหรับลดหย่อนภาษีเพื่อการท่องเที่ยว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่า จะสรุปได้ใน 1-2 สัปดาห์

กระทรวงการคลังได้คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อรายได้ที่จะหายไปจากการลดหย่อนภาษีดังกล่าวแล้ว ซึ่งมองว่า คุ้มค่าต่อรายได้ที่จะสูญเสียไป เพราะจะมีการบริโภคและเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น