โบรกเกอร์ประสานเสียงเชียร์หุ้น ”กลุ่มค้าปลีก” โดดเด่นสุดไตรมาส 4 รับอานิสงส์ “ช้อปช่วยชาติ”
หลังจากที่กระทรวงการคลังเตรียมที่จะอนุมัติเพิ่มวงเงินมาตรการช้อปช่วยชาติ จาก 1.5 หมื่นบาท เป็น 3 หมื่นบาท ที่จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ประเด็นดังกล่าวถือเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะกับบริษัทกลุ่มค้าปลีก
ที่ผ่านมาจะเห็นว่านักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่ง ต่างมองว่าหุ้นในกลุ่มค้าปลีกจะเป็นกลุ่มที่โดดเด่นในช่วงไตรมาส 4 นี้
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)ให้ความเห็นว่าโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO)น่าจะได้รับประโยชน์ โดยมองว่ามาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศนี้ จะช่วยหนุนให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/2559 จะขยายตัวจากไตรมาสก่อน และทำระดับสูงสุดของปีนี้ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ และมีการจัดงาน เพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ ยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาวจากการขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศ และกำไรสุทธิปี 2560 ให้เติบโต 12% จากปีนี้ อยู่ที่ 4,408 ล้านบาท
บล.บัวหลวง ระบุว่า การขยายวงเงินที่จะให้ลดหย่อนภาษี และอาจมีการขยายระยะเวลาการซื้อสินค้าและบริการที่นานขึ้นจากเดิม 1 สัปดาห์เป็นตลอดทั้งเดือน ธ.ค. นี้ หากประเด็นดังกล่าวเป็นจริง มองจะเป็นผลบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ขายสินค้าฟุ่มเฟือยเช่นสินค้าประเภทไอที และน่าจะเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น (BIG) และคอมเซเว่น (COM7)
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) มองว่า คอมเซเว่น (COM7) จะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า ซึ่งน่าจะคล้ายกับปี 2558 โดยกลุ่มลูกค้าของบริษัทจัดเป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง – บน ที่มีฐานภาษี ทั้งนี้ คาดกำไรไตรมาส 4 จะทำนิวไฮมากกว่าที่นักวิเคราะห์โดยรวมคาด ด้วยแรงหนุนจากไอโฟน 7 และการเป็นพันธมิตรกับทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ในการขายเครื่องพ่วงซิมและบริหารทรู ชอป รวมถึงการเข้าซื้อหุ้นบานาน่าชัวร์ 100% ทำให้ได้ประโยชน์จากมือถือรุ่นใหม่ยี่ห้ออื่นนอกจากแอปเปิ้ล และเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองกับคู่ค้า
บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่า ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) และโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) จะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ สำหรับโรบินสัน คาดกำไรไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นทั้งจากปีก่อน และไตรมาสก่อน และจะเติบโตต่อเนื่อง 17%ในปี 2560 โดยมูลค่าหุ้นปัจจุบันยังซื้อขาย ณ ระดับพี/อี 23 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มซึ่งอยู่ที่ 27 เท่า
ขณะที่โฮมโปร คาดกำไรไตรมาส 4 จะเพิ่มขึ้นทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาล แม้ภาคการบริโภคจะกระทบไปราว 1 เดือน แต่มาตรการกระตุ้นจะเข้ามาชดเชย และคาดกำไรปีหน้าจะโตต่อเนื่อง 18% โดยมูลค่าหุ้นขณะนี้ซื้อขายที่ระดับพี/อี 26.9 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่ม
สำหรับปีก่อนซึ่งมีมาตรการกระตุ้นในลักษณะเดียวกัน พบว่าราคาหุ้นของบริษัทในกลุ่มนี้ ระหว่างเดือน พ.ย. 2558 ถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2559 ปรากฎว่า โฮมโปร (HMPRO) ราคาเพิ่มขึ้นจาก 7 บาท ไปปิดที่ 8.25 บาท เพิ่มขึ้น 17.86% โรบินสัน (ROBINS) เพิ่มขึ้นจาก 39.5 บาท ไปปิดที่ 50.25 บาท เพิ่มขึ้น 27.22% บิ๊ก คาเมร่า (BIG) เพิ่มขึ้นจาก 1.5 บาท ไปปิดที่ 2.22 บาท เพิ่มขึ้น 48% คอมเซเว่น (COM7) เพิ่มขึ้นจาก 4.44 บาท ไปปิดที่ 7 บาท เพิ่มขึ้น 57.66% ส่วนเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ราคาหุ้นลดลงจาก 37.5 บาท ไปปิดที่ 36.25 บาท ลดลง 3.33%






