สมาคมวินาศภัย ห่วงตลาดแข่งตัดเบี้ยประกันภัยรถยนต์แรง เริ่มกระทบอัตราความเสียหาย เผยบางบริษัทพุ่งกว่า 70%
มองหลายแห่งส่อขาดทุน แนะมองความยั่งยืน มั่นใจสิ้นปีเบี้ยโตเข้าเป้า 3.5%
นายอานนท์ วังวสุ นายสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า อัตราความเสียหาย โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบันยังเพิ่มขึ้น สาเหตุไม่ได้เกิดจากความถี่ของอุบัติเหตุหรือการเคลมสินไหมสูงขึ้น แต่มาจากบริษัทประกันยังคงแข่งตัดราคาเบี้ยต่อเนื่อง เพราะเมื่อเบี้ยประกันลดลง แต่ยอดเครมเท่าเดิม ก็ทำให้อัตราความเสียหายเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งช่วงปลายปีเป็นช่วงต่ออายุประกัน ยอมรับว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังน่าเป็นห่วง อาจจะมีบริษัทประสบปัญหาขาดทุนได้ หากยังคงตัดราคาแข่งกันต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ ยังรอประเมินตัวเลขไตรมาส3 ก่อนเบื้องต้นมีบางบริษัท ที่อัตราความเสียหายภาพรวมพุ่งสูงถึง70% หลังจากไตรมาส2 เริ่มมีสัญญาณอัตราความเสียหายสูงขึ้นชัดเจน โดยอัตราความเสียหายภาพรวมเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 55% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน มาจากอัตราความเสียหายของประกันภัยรถ ภาคบังคับหรือประกัน พ.ร.บ. เพิ่มขึ้น12% ตามคาดจาก44% เป็น56% สาเหตุจากการปรับเพิ่มความคุ้มครองใหม่ในปีนี้
ขณะที่อัตราความเสียหายของประกันภัยรถ ภาคสมัครใจ เพิ่มขึ้น15% จาก60%เป็น65% ถือว่า ขาดทุนแล้วแน่นอน โดยปกติอัตราความเสียหายภาพรวมหากเกิน62% ถือว่าขาดทุน
ส่วน อัตราความเสียหาย ของประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่หรือประกัน IAR เพิ่มขึ้นจาก18%เป็น40% สาเหตุมาจากปีก่อนหน้าเกิดภัยไม่มากส่งผลถึงปีนี้ อัตราเบี้ยปรับลดลง อีกทั้งตลาดยังแข่งขันราคาสูง เพราะตลาดไม่ได้ขยายตัวมาก
“หากเป็นตลาดประกันที่มีกำไร เห็นว่า แข่งขันราคาได้ เพื่อให้ผู้เอาประกันได้ประโยชน์สูงสุด แต่ถ้าแข่งไม่ไหว ต้องขาดทุน ก็ควรจะกลับมา เพราะการทำประกันต้องทำแบบยั่งยืน ทำแบบผู้รู้จริง ยึดหลักสถิติ เป็นความรับผิดชอบต่อผู้เอาประกันเช่นกัน”
นายอานนท์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบช่วง9เดือนของปีนี้ คาดว่ายังเติบโตสูงขึ้นจากครึ่งปีแรก จากเบี้ยประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลยังเติบโตสูงระดับ10% มั่นใจขณะที่ประกันรถยนต์ เริ่มกลับมาเติบโตระดับ 1-2%แต่ประกันมารีนและประกันอัคคีภัย ยังหดตัว
อย่างไรก็ตามเมื่อรวมกับโครงการประกันภัยจากภาครัฐที่จะทยอยจ่ายเบี้ยประกันเข้ามาในช่วงปลายปี ทั้งโครงการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร 2,800 ล้านบาทและประกันภัยผู้มีรายได้น้อย ที่ได้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2559 ที่มี 8 ล้านคน อีกจำนวน 800 ล้านบาท จะทำให้ภาพรวมของการประกันวินาศภัยในปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมาย 3.5% หรือดีกว่าเดิมที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 2.2%
นอกจากนี้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี สมาคมฯจะเร่งศึกษาแนวทางการทำประกันภัยสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลค่าราชการ5ล้านราย โดยยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเดิมหรือต้องดีกว่าเดิม หลังจากนี้สมาคมฯ ตั้งคณะทำงานเข้ามาทำงานโดยเฉพาะ เบื้องต้นการรับประกันดังกล่าว จะทำแบบพลูรับร่วมประกันภัยจากหลายๆบริษัท เพื่อให้มีระบบรับประกันเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะศึกษาโมเดลในต่างประเทศ









