สะดุดแค่ระยะสั้น คาดฟื้นตัวในอนาคตอันใกล้
ประเด็นการลงทุน
ในมุมมองของเรา ราคาหุ้น AOT ซึ่งปรับตัวด้อยกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนการคาดการณ์กำไรที่อ่อนตัวในไตรมาส 1/60 ( ต.ค.-ธ.ค.) ซึงเป็นผลจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาลไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะเป็นเพียงช่วงระยะสั้นหากเป็นไปตามรูปแบบในอดีตของการท่องเที่ยวไทย เราคาดว่าการกลับมาของนักท่องเที่ยวช่าวต่างชาติจะปรับตัวสูงขึ้นจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่ากอปรกับการเข้าสู่ช่วงจุดสูงสุดของไฮซีซั่นช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะต่อไป
คาดการเติบโตของกำไรหลักแข็งแกร่ง YoY ในช่วง ก.ค.-ก.ย.
เราคาดว่า AOT จะประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 (ก.ค.–ก.ย.) ที่ 4,262ล้านบาท ลดลง 27% YoY และ 16% QoQ ปัจจัยหลักเบื้องหลังการหดตัวของกำไรสุทธิคือการบันทึกรายได้พิเศษในไตรมาส 4/58 และไตรมาส 3/59 หากไม่รวมคาดการณ์ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 6 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/59 คาดว่าจะอยู่ที่ 4,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% YoY แต่ลดลง 11% QoQ โดยปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรหลักเติบโต YoY ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น, 2) จำนวนเที่ยวบินที่มากขึ้น, 3) รายได้ค่าสัมปทานที่สูงขึ้น, 4) รายได้จากค่าบริการที่สูงขึ้น และ 5) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะที่ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการหดตัวของกำไรหลัก QoQ ได้แก่ 1) ค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้น (ค่าโบนัสพนักงาน) และ 2) ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น แม้ว่าสถิติการจราจรทางอากาศจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
จำนวนผู้โดยสารโดยรวมของ AOT ในไตรมาส 4/59 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13% YoY และ 4% QoQ เป็น 29.9 ล้านคน ในขณะที่จำนวนเที่ยวบินโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 9% YoY และ 2% QoQ มาอยู่ที่ 195,821 เที่ยว ทั้งนี้รายได้ค่าสัมปทานคาดว่าจะขยายตัวที่ 11% YoY และ 1% QoQ ควบคู่ไปกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ (เพิ่มขึ้น 13% YoY และ 4% QoQ มาอยู่ที่ 16.9 ล้านคน ในไตรมาส 4/59)
คาดผลกระทบจากการปราบปรามทัวศูนย์เหรียญจะเป็นเพียงระยะสั้น
จากการที่รัฐบาลเริ่มทำการปราบปรามทัวศูนย์เหรียญในช่วงปลายเดือน ส.ค.เป็นต้นมาได้ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่าน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งคิดเป็น 29% จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย (ม.ค.-ก.ย. 59) ทั้งนี้การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของ AOT เติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงเหลือ 4% YoY ในเดือน ต.ค. เทียบกับ 13% YoY ในช่วงเดือน ก.ค. –ก.ย. อย่างไรก็ตามเราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนจะกลับมาเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เริ่มออกมาตรการต่างๆ เพิ่อแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น การตั้งราคาขั้นต่ำสำหรับแพ็กเกจท่องเที่ยว
ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดเหตุการณ์ภายใน 2-3 เดือนหลังการเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ดังนั้นในช่วงไตรมาส 1/60 (ต.ค.-ธ.ค.) กำไรหลักของบริษัทคาดว่าจะอ่อนตัวลง YoY อย่างไรก็ตามสำหรับ QoQ เราคาดว่ากำไรหลักไตรมาส 1/60 จะทรงตัว เนื่องจากค่าใช้จ่ายจะกลับสูภาวะปกติ ซึ่งน่าจะสามารถกลบผลกระทบจากสถิติการจราจรทางอากาศที่อ่อนตัวลงได้
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยค่อยๆฟื้นตัวในเดือน พ.ย.
สถิติเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยค่อยๆฟื้นตัวในเดือน พ.ย.โดยจำนวนผู้โดยสารของ AOT ปรับเพิ่มขึ้นจาก 270,000 คนต่อวันในช่วงต้นเดือน พ.ย. มาอยู่ที่ 340,000 คนต่อวันในปัจจุบัน จากนโยบายล่าสุดของรัฐบาลซึ่งอนุมัติให้ยกเว้นค่าวีซ่า ณ สถานฑูตไทย (1,000 บาท) แก่พลเมืองของ 19 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศจีน และให้ปรับลดค่าวีซ่าผ่านทางด่านตรวจคนเข้าเมือง (เหลือ 1,000 บาทจาก 2,000 บาท) ในช่วงวันที่ 1 ธ.ค. 2559 – 28 ก.พ. 2560 ทั้งนี้เราคาดว่าการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในอนาคตอันใกล้ ซึ่ง AOT จะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์รายหลักจากนโยบายนี้








