“ก.ล.ต.”อนุมัติขายหุ้นไอพีโอ“อาฟเตอร์ ยู” 165 ล้านหุ้นก่อนเข้าเอ็มเอไอปีนี้ หวังระดมุทนขยายสาขา“กรุงเทพฯ-ตจว.”
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า หลังจาก บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นแบบแสดงคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และเสนอขายให้แก่กรรมการ รวมถึงผู้บริหารและพนักงานของบริษัท รวมทั้งไม่เกิน 165 ล้านหุ้น หรือ 22.8% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ หลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ ล่าสุด ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ของ บมจ.อาฟเตอร์ ยู เป็นที่เรียบร้อย
ทั้งนี้จะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว เสนอขายให้แก่กรรมการของบริษัท 1.5 ล้านหุ้น ส่วนอีก 2 ล้านหุ้นเสนอขายให้แก่ผู้บริหารและหรือพนักงานของบริษัท กรณีที่มีหุ้นสามัญที่เหลือจากการเสนอขายแก่กรรมการ ผู้บริหารและหรือพนักงานของบริษัทครั้งนี้ จะถูกจัดสรรให้แก่ประชาชนภายใต้ดุลยพินิจของบริษัท และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
ปัจจุบัน อาฟเตอร์ ยู มีทุนจดทะเบียน 72.5 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 725 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.10 บาท โดยทุนที่ออกจำหน่ายและชำระแล้วมีจำนวน 56 ล้านบาท
ภายหลังที่ ก.ล.ต. อนุมัติให้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์มีผลใช้บังคับแล้ว จะร่วมกันกำหนดวันที่เสนอขายหุ้นไอพีโอ และคาดจะนำ หุ้น อาฟเตอร์ ยู เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ภายในปีนี้
โดย อาฟเตอร์ ยู จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ขยายธุรกิจ ทั้งการขยายสาขาร้านอาฟเตอร์ ยู ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด การขยายกำลังการผลิตและสายการผลิตสินค้าขนมหวานโดยการนำเครื่องจักรมาใช้ในโรงงานมากขึ้น การสร้างศูนย์ฝึกอบรมพนักงานและศูนย์กระจายสินค้า ตลอดจนนำไปชำระคืนเงินกู้และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
นายแม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) กำลังสำคัญในการสร้างปรากฏการณ์ธุรกิจขนมหวานในไทย กล่าวว่า บริษัทประกอบธุรกิจจำหน่ายขนมหวานภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘อาฟเตอร์ ยู’ และ ‘เมโกริ’ โดยบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำธุรกิจขนมหวานและเบเกอรี่แบบครบวงจร ซึ่งมีเป้าหมายที่จะขยายสาขาร้านอาฟเตอร์ ยู และเมโกริ ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล เพิ่มขึ้นเป็น 30 สาขาภายในปี 2561 และขยายไปยังจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพ และกำลังซื้อสูงภายในปี 2560
รวมถึงยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมในเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตในโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จ.สมุทรสาคร เพื่อรองรับการขยายสาขาในอนาคต ขณะเดียวกัน ได้วางแผนขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนก่อสร้างสำนักงานใหม่ สถานที่ฝึกอบรมและศูนย์กระจายสินค้า ตลอดจนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งจะรองรับแผนธุรกิจที่ผลักดันการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคตได้อีกด้วย
ปัจจุบัน อาฟเตอร์ ยู แบ่งธุรกิจเป็น 2 ส่วน คือ 1. ธุรกิจร้านขนมหวาน โดย ณ ปัจจุบัน ร้านอาฟเตอร์ ยู มีทั้งสิ้น 18 สาขา และร้านเมโกริ อีก 2 สาขา และ 2.ธุรกิจรับบริการจัดงานนอกสถานที่ เช่น งานสังสรรค์ งานแต่งงาน ฯลฯ และการรับจ้างผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทให้แก่ลูกค้ากลุ่มต่างๆ
ด้าน นางสาวกุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ร้านอาฟเตอร์ ยู มีจุดเริ่มต้นมาจากความชื่นชอบในการทำขนมหวานตั้งแต่เด็กและการสั่งสมประสบการณ์จากการลงมือทำด้วยตนเอง พัฒนามาสู่การทำธุรกิจร้านขนมหวานที่เน้นความสดใหม่ ความใส่ใจในรายละเอียดและมีการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจกว่า 9 ปี ได้มุ่งเน้นสร้างความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์และบริการจากผู้ประกอบการรายอื่นๆ ทั้งการให้ความสำคัญกับรสชาติผลิตภัณฑ์ การบริการ การสร้างความพึงพอใจแก่ผู้บริโภค การรักษาและขยายฐานลูกค้า ทำเลที่ตั้ง ตลอดจนการทำตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้อาฟเตอร์ ยู เป็นร้านขนมหวานในใจผู้บริโภค
ปัจจุบัน ‘อาฟเตอร์ ยู’ มีเมนูของหวานและเครื่องดื่มให้บริการกว่า 100 รายการ รวมถึงมีสินค้าของที่ระลึก เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคตั้งแต่เด็กนักเรียนจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีเมนูที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภค อาทิ กลุ่มฮันนี่โทส ช็อกโกแลตลาวา คากิโกริ และยังมีร้านน้ำแข็งใสภายใต้ชื่อ ‘เมโกริ’ 2 สาขาภายในโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ ‘เดอะคอมมอนส์’ ทองหล่อ ซอย 17 และศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน อีกด้วย









