ผู้ประกอบการเหล็ก ประเมินความต้องการใช้เหล็กฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน เนื่องจากลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูง
นางสาวจุรีรัตน์ ลปนาวณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการบัญชีและการเงิน บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) MILL เปิดเผยว่า ทิศทางความต้องการเหล็กปีหน้ามีแนวโน้มขยายตัวขึ้นทั่วโลกในระดับ 0.2 % แต่ในกลุ่มอาเซียนความต้องการค่อนข้างโดดเด่นโดยคาดจะขยายตัว 6%
“ความต้องการเหล็กในกลุ่มอาเซียน 5 ประเทศ (ไทย,ลาว,พม่า,เวียดนาม,กัมพูชา)จะขยายตัวได้อย่างโดดเด่น เป็นผลจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระดับสูง โดยในประเทศไทยยังเชื่อว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในระดับ 7 % จากปีก่อน จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากและความต้องการใช้เหล็กที่เพิ่มขึ้น”
ส่วนราคาเหล็ก บริษัทมองว่า ปีหน้าสามารถขยายตัวได้จากปีนี้ที่ 14 บาทต่อกิโลกรัม จากราคาต้นทุนวัถตุดิบที่สูงขึ้นและความต้องการที่มากขึ้น ส่วนปริมาณการขายเหล็กของบริษัท จะสามารถขยายตัวได้จากปีนี้ในระดับ 7% ส่งผลให้ยอดขายปีหน้าของบริษัท จะเติบโตจากปีนี้ประมาณ 10%
สำหรับการเติบโตของบริษัทในปีนี้มีทิศทางที่ดี โดยปริมาณการขายเหล็กในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.1 ล้านตัน สูงกว่าเป้าหมายที่ี 9 แสนตัน ส่งผลให้รายได้ของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่1.4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้บริษัทคาดว่าปริมาณการขายเหล็กในปีนี้จะอยู่ที่ 1.4 ล้านตันได้ ซึ่งรายได้และยอดขายนั้นถือว่าเป็นสถิติใหม่ของบริษัท
โดยในแผนธุรกิจ ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพูดคุยกัพันธมิตรจากเวียดนาม เพื่อลงทุนในการผลิตเหล็กประเภท PEB ซึ่งเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเพื่อเข้าลงทุนในเมียนมา คาดสามารถสรุปได้ภายในปีนี้ โดยจะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้น บริษัทจะเข้าถือหุ้น 49%
ส่วนความคืบหน้าในการเข้าร่วมลงทุน เพื่อผลิตเหล็กเกรดพิเศษ บริษัทคาดว่า จะเดินหน้าติดตั้งเครื่องจักรเพื่อผลิตเหล็กเทรดพิเศษได้ปีหน้า และเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2561 ซึ่งนโยบายของบริษัทจะเน้นการเข้าลงทุนในตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน 5 ที่มีการเติบโตได้ดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ






