วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ยูบิลลี่" ลดเป้าโตเหลือทรงตัว โฟกัสยอดขายเพชรสาขาเดิม

"ยูบิลลี่" ลดเป้าโตปีนี้เป็นทรงตัว จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 10 % หันโฟกัสยอดขายเพชรสาขาเดิม

นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าการเติบโตของยอดขายเครื่องประดับเพชรปีนี้ให้อยู่ระดับทรงตัว จากเดิมคาดว่าจะเติบโตได้ 10% เนื่องจากเผชิญปัจจัยภายในและภาวะเศรษฐกิจที่ยังส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ประกอบกับต้องจับตาดูสถานการณ์ยอดขายไตรมาส 4 หลังไทยเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยไตรมาส 4 เป็นช่วงที่ทำยอดขายสูงสุดให้กับบริษัทสัดส่วน 30-35%

นอกจากนี้ การทำตลาดในช่วงที่เหลือยังเดินหน้าการกระตุ้นยอดขายในสาขาเดิม เพื่อสร้างการเติบโตของกำไร มากกว่าเน้นเปิดสาขาใหม่หรือกระตุ้นยอดขายสาขาใหม่ ที่ค่อนข้างมีต้นทุนสูงและมีค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งปรับแผนการทำตลาด ลดกิจกรรมย่อยลง เลื่อนการจัดกิจกรรมใหญ่ในต่างจังหวัด 2 งาน และทำโปรโมชั่นในไตรมาส 4 ไปอยู่ในเดือนธันวาคมจากเดิมจะจัดเดือนตุลาคม หารือกับห้างถึงการจัดกิจกรรม การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ก็ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น เป็นต้น  

ทั้งนี้ แม้ไทยจะเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยซื้อเครื่องประดับเพชรเฉกเช่นธุรกิจเซ็คเตอร์อื่นๆ แต่เนื่องด้วยห้วงเวลาดังกล่าวประชาชนไว้ทุกข์และสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ การใส่เครื่องประดับเพชรถือเป็นสีสุภาพ ทำให้ยังมีผู้บริโภคส่วนหนึ่งยังคงซื้อเพชรต่อเนื่อง

“ยูบิลลี่มีสาขาทั้งสิ้น 125 สาขา และฟอร์เอฟเวอร์มาร์ค 3 สาขา พื้นที่ขายเราเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด แต่ละพื้นที่มีศักยภาพต่างกัน ปีนี้การทำตลาดจะเน้นสาขาเดิมเป็นหลักในการสร้างรายได้และกำไรมากกว่า ส่วนสถานการณ์มู้ดของผู้บริโภค สิ่งที่เห็นคือยังคงจับจ่าย ไม่ชะงัก ยังมองว่าเพชรเป็นเครื่องประดับที่ใส่ได้ แม้ประชาชนจะใส่สีดำ แต่เพชรเป็นเครื่องประดับสีสุภาพ อีกทั้งช่วงปลายปีผู้บริโภคยังมองหาของขวัญให้ตัวเองหลังทำงานมาทั้งปี รวมทั้งปัจจัยการลงทุนในสินทรัพย์ กองทุนต่างๆ หุ้น อสังหาริมทรัพย์ให้ผลตอบแทนที่น้อยลง ผู้บริโภคจึงมองเพชรเป็นทางเลือกที่ดีในการลงทุนด้วย เนื่องจากมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง”

สำหรับตลาดเครื่องประดับเพชรค้าปลีกผ่านเคาน์เตอร์แบรนด์ มีมูลค่าประมาณ 3.5-3.8 หมื่นล้านบาท ยูบิลลี่ มีส่วนแบ่งทางการตลาดราว 15% ยังคงเป็นผู้นำตลาด เพราะส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบรนด์และร้านเล็กกระจัดกระจาย ขณะที่ยอดการใช้จ่ายต่อบิลอยู่ที่ระดับ 4-5 หมื่นบาท โดยบริษัทมีฐานลูกค้าราว 1.4 แสนราย ส่วนใหญ่ลูกค้าเก่า 60% มีการซื้อสินค้าซ้ำ และลูกค้ามใหม่สัดส่วน 40% อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการ 9 เดือน บริษัทมีรายได้ 1,000.55 ล้านบาท และมีกำไรอยู่ที่ 108.86 ล้านบาท โดยเฉพาะไตรมาส 3 กำไรเติบโต 55% แต่เมื่อรวม 9 เดือน เติบโต 28%

“แนวโน้มตลาดเครื่องประดับเพชรปีหน้าจะเป็นอย่างไร ต้องรอประเมินสถานการณ์ไตรมาส 4 อีกครั้ง เพราะเป็นช่วงที่ทำยอดขายสูงสุด อย่างไรก็ตาม การทำตลาดปี 59-60 ยังเน้นสร้างรายได้จากสาขาเดิมหรือเซม สโตร์เป็นหลัก”