วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เคาะวันเปิดหีบอ้อยรับผลผลิต 1 ธ.ค.นี้

"กลุ่มน้ำตาลและอ้อยตะวันออก" เคาะวันเปิดหีบอ้อยรับผลผลิต 1 ธ.ค.นี้ พร้อมรับซื้อใบอ้อยจากชาวไร่หวังแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้

นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีเอสซี เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเปิดรับผลผลิตอ้อยเข้าหีบประจำฤดูการผลิตปี 2559/2560 ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ โดยคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตอ้อยเข้าหีบสูงถึง 3.4 ล้านตัน หลังจากเพิ่มประสิทธิภาพการหีบอ้อย เฉลี่ยเป็นวันละ 36,000 ตัน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยกระดับคุณภาพผลผลิตอ้อยเข้าหีบในฤดูการผลิตนี้เพิ่มขึ้น ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาลทรายตันอ้อย (ยิลด์) เป็น 108.64 กิโลกรัมน้ำตาล หรือผลิตน้ำตาลทรายได้ 3.78 แสนตัน และมีค่าความหวานเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 12 ซี.ซี.เอส. จากเดิมที่มีค่าความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 11.57 ซี.ซี.เอส. โดยบริษัทฯ จะเข้าไปรับซื้อใบอ้อยจากเกษตรกรคู่สัญญากับทางโรงงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวไร่อ้อยมากขึ้น โดยจะรับซื้อใบอ้อยในราคาตันละ 700 - 800 บาท

“แนวคิดที่ต้องการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เป็นคู่สัญญากับ โดยรับซื้อใบอ้อยจากการจัดเก็บผลผลิตอ้อยเข้าหีบ จะเป็นส่วนสำคัญที่กระตุ้นให้ชาวไร่จัดเก็บอ้อยสดเพื่อส่งมอบให้แก่โรงงาน ที่จะสามารถผลิตน้ำตาลทรายได้มากขึ้นรับกับโอกาสของราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นและยังทำให้ชาวไร่มีรายได้ จากการเพาะปลูกอ้อยมากขึ้นอีกด้วย”

สำหรับแผนการการรับซื้อใบอ้อยในครั้งนี้ คาดหวังว่าจะกระตุ้นให้ชาวไร่หันมาจัดเก็บอ้อยสดเพิ่มขึ้นแทนการเผาไฟส่งให้แก่โรงงงานน้ำตาล ซึ่งจะเป็นการลดปัญหาอ้อยไฟไหม้เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากเดิมที่เฉลี่ยต่อปีมีอ้อยไฟไหม้เข้าหีบสูงถึง 70% ของปริมาณผลผลิตอ้อยเข้าหีบทั้งหมด ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในประเทศที่ทุกโรงงานต้องช่วยกัน เนื่องจากที่ผ่านมาชาวไร่มองว่าการจัดเก็บอ้อยสดมีต้นทุนที่สูงกว่าการใช้วิธีเผาอ้อย ทำให้เกิดความนิยมการเผาอ้อยก่อนส่งมอบให้แก่โรงงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลเสียต่อชาวไร่ที่จะมีรายได้จากการเพาะปลูกอ้อยลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำตาลลดลง

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะนำใบอ้อยที่ได้จากการรับซื้อทั้งหมดไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าเป็นโรงไฟฟ้าสีเขียวไม่ใช้ถ่านหินพลังงานชีวมวล ที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้ง 78 MW จึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อแผนดำเนินงานที่ในอนาคตมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น