กำไรไตรมาส 3/59 สูงกว่าทุกคาดการณ์; มองกำไรไตรมาส 4/59 แข็งแกร่ง
เหนือกว่าที่เราคาดและตลาดคาดการณ์
SIRI รายงานกำไรหลักไตรมาส 3/59 ที่ 575 ล้านบาท ลดลง 29% YoY และ 5% QoQ สูงกว่าที่เราคาดการณ์ถึง 25% จากอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่อยู่อาศัยดีกว่าที่คาดการณ์ (เท่ากับ 31.1% เทียบกับที่เราคาดที่ 30.5%) และตกใจเชิงบวกจากการพลิกกลับของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเนื่องจากโครงการ The Line Sukhumvit 71 โอนเร็วกว่าคาด ทั้งนี้กำไรหลักไตรมาส 3/59 มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 16% เนื่องจากอันตรากำไรสุทธิที่มากกว่าคาด ทั้งนี้หาดรวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดินที่ 23 ล้านบาททำให้กำไรรสุทธิในไตรมาส 3/59 อยู่ที่ 603 ล้านบาท ลดลง 43% YoY และ 3% QoQ
ประเด็นหลักผลประกอบการ
กำไรหลักที่อ่อนตัวในไตรมาส 3/59 นั้นมีปัจจัยจากรายได้โครงการที่อยู่อาศัยที่ลดลงซึ่งนำไปสู่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่สูงขึ้น ยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยลดลง 45% YoY และ 24% QoQ อยู่ที่ 5 พันล้านบาทในไตรมาส 3/59 ( 56% เป็นโครงการคอนโด และ 44% เป็นโครงการแนวราบ) ทั้งนี้รายได้โครงการคอนโดปรับตัวลดลง 57% YoY และ 28% QoQ ในขณะที่รายได้โครงการแนวราบลดลง 13% YoY และ 18% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นโครงการที่อยู่อาศัยปรับตัวดีขึ้นจากฐานที่ต่ำที่ 29.3% ในไตรมาส 3/58 และ 30.9% ในไตรมาส 2/59 มาอยู่ที่ 31.1% ในไตรมาส 3/59 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับตัวสูงขึ้นจาก 16.6% ในไตรมาส 3/58 และ 19.2% ในไตรมาส 2/59 มาอยู่ที่ 19.4% ในไตรมาส 3/59 ขณะที่มีสิ่งที่ดีเหนือคาดการณ์คือส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสียจากโครงการร่วมทุนที่พลิกกลับจากการขาดทุนที่ 78 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 และ 53 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 มาเป็นกำไรที่ 31 ล้านบาท จากโครงการคอนโดร่วมทุนแห่งแรกคือโครงการ Line Sukhumvit 71 ซึ่งเริ่มการโอนในไตรมาส 3/59 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมคือในไตรมาส 3/59 ทางด้านอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิทรงตัว QoQ ที่ 1.2 เท่า ณ สิ้นเดือน ก.ย.
แนวโน้ม
คาด SIRI จะประกาศผลประกอบการที่น่าประทับใจในไตรมาส 4/59 เติบโตก้าวกระโดด YoY และ QoQ รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยคาดว่าจะแตะ 10 พันล้าน เพิ่มขึ้น 6% YoY และเพิ่มถึง 82% QoQ หนุนจากยอดขายรอรับรู้รายได้ อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่อยู่อาศัยคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น YoY และ QoQ เนื่องจากการโอนย้ายโครงการคอนโดที่มีอัตรากำไรสูง ซึ่งคือโครงการ 98 Wireless (สร้างรายได้ 11-16% จากรายได้โครงการที่อยูอาศัยในไตรมาส 4/59) ทั้งนี้เรายังคงคาดการณ์แบบอนุรักษ์นิยมถึงการขาดทุนที่ 103 ล้านบาทในไตรมาส 4/59 จากโครงการคอนโดร่วมทุนแห่งใหม่ทั้ง 3 แห่ง โดยมีมูลค่ารวมกันถึง 13 พันล้านบาทซึ่งจะเริ่มการเปิดตัวโครงการในไตรมาสนี้ เราคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้นอยู่ที่ 0.08 บาท จากช่วงการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 (คิดเป็นอัตราผลตอบบแทนเงินปันผลที่ 4.8% ขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือน มี.ค. ปี 2560 และจ่ายในเดือน พ.ค. 2560)
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
กำไรหลักตั้งแต่เดือน ม.ค. – ก.ย. 2559 คิดเป็น 58% ของประมาณการปี 2559 ของเรา และเป็น 59% ของที่ตลาดคาด เรายังคงประมาณการกำไรของปี 2559 คงเดิม อย่างไรก็ตามเราได้ปรับคาดการณ์ประมาณการกำไรหลักปี 2560 ลดลง 6% เพื่อสะท้อนแนวโน้มรายได้โครงการที่อยูอาศัยที่อ่อนตัวลง ซึ่งปรับลดจาก 35 พันล้านบาทมาอยู่ที่ 26 พันล้านบาทซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท ส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสียที่ขาดทุนคาดว่าจะปรับตัวแคบลงจาก 150 ล้านบาท ในปี 2559 มาอยู่ที่ 134 ล้านบาทในปี 2560 เนื่องจากโครงการคอนโด The Line Jatujak เร็วกว่าแผนกำหนดการณ์ โดยเราคาดว่า 50 % จะโอนได้ในไตรมาส 4/60 แทนที่จะเป็นไตรมาส 1/61
คำแนะนำ
แม้ว่าจะถูกปรับลดแผนธุรกิจปี 2559 (โครงการเปิดใหม่จาก 50 พันล้านบาท มาอยู่ที่ 46 พันล้านบาท, เป้ายอดจองซื้อจาก 42 พันล้านบาท มาอยู่ที่ 33 พันล้านบาท และเป้ารายได้โครงการที่อยูอาศัยจาก 32พันล้านบาท มาอยู่ที่ 30 พันล้านบาท) แต่เราคาดว่า SIRI จะประกาศยอดจองซื้อที่และกำไรที่แข็งแรงในไตรมาส 4/59 ทั้ง YoY และ QoQ ที่สำคัญด้วยมูลค่าหุ้นถูกอย่างไม่สมเหตุสมผล โดย SIRI ซื้อขายกันที่ 17% ต่ำกว่าค่ามูลค่าทางบัญชีสี้น ปี 2559 และ PER ปี 2560 ที่ต่ำเพียง 7.1 เท่า กอปรกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 7.8% ทำให้เเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” SIRI ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2560 ที่ 2.00 บาท/หุ้น (อ้างอิง PER ที่ 9 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2558 อยู่ 0.7 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)









