"ครม.ส่วนหน้า" ลงพื้นที่ตรวจงานนราธิวาส ทุ่มงบปี60กว่า500ล้าน พลิกโฉม "สุไหงโกลก" ศูนย์กลางการค้าขายชายแดนระหว่างประเทศ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 พ.ย. 59 พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล หรือคณะรัฐมนตรีส่วนหน้า พร้อมคณะ4คน ประกอบด้วยพล.อ.จำลอง คุณสงค์ นายภาณุ อุทัยรัตน์ และนายจำนัล เหมือนดำ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเป็นครั้งแรก หลังได้รับการแต่งตั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลในการเดินหน้าดำเนินโครงการดังกล่าวในปี 2560 จำนวน 3 โครงการ ด้วยงบประมาณ 532.70 ล้านบาท
โดยนายสิทธิชัย ศักดา ผวจ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้รายงานผลความคืบหน้าการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ณ ห้องทำงานผู้ว่าราชการ จ.นราธิวาส สำหรับการดำเนินการโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน ที่มีการดำเนินการในพื้นที่ อำเภอสุไหงโกลก เป็นเมืองต้นแบบนั้น มีการดำเนินการจัดโครงการปรับปรุงและยกระดับสถานีรถไฟสุไหงโกลก และส่งเสริมการจัดตั้งสถานีขนส่งสินค้า ด้วยงบประมาณ 185.20 ล้านบาท โดยแยกเป็นการก่อสร้างอาคารคลังสินค้า รวมถึงมีการดำเนินโครงการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงคมนาคมขนส่ง งบประมาณ 327.50 ล้านบาท แยกเป็นการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก ลันตาปันยัง ศึกษาและสำรวจออกแบบถนนเพื่อความปลอดภัยสูงจากอำเภอสุไหงโกลกถึงอำเภอหาดใหญ่โดยใช้แนวเขตทางรถไฟ การก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองสุไหงโกลก และการพัฒนาท่าเทียบเรือชุมชน จำนวน 3 จุด และนอกจานี้มีการจัดโครงการจัดตั้งเมืองการค้าปลอดภาษี งบประมาณ 20 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี สำหรับโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 ได้อนุมัติให้มีการดำเนินงบประมาณระหว่างปี 2560 ถึง 2563 งบประมาณทั้งหมด 5,175,389 ล้านบาท โดยมีการคัดเลือกพื้นที่ใน 3 อำเภอประกอบด้วย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส และ อ.เบตง จ.ยะลา โดยมีเป้าหมายให้ อ.หนองจิก เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร อ.สุไหงโก-ลก เป็นศูนย์กลางการค้าขายชายแดนระหว่างประเทศ และ อ.เบตง เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนรวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่






