วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘รัฐ-เอกชนไมซ์’ชงครม.ไฟเขียวเพิ่มศักยภาพแข่งขัน

กรอ.ไมซ์ เตรียมชงบอร์ดทีเส็บ เสนอครม.ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมไมซ์ เน้นบูรณาการทุกหน่วยงาน เปิดกว้างเอกชนร่วมทำงาน

นายอรรคพล สรสุชาติ ประธานคณะอนุกรรมการประสานงานภาครัฐเพื่อการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้าและบริการอุตสาหกรรมไมซ์ หรือ กรอ.ไมซ์ ซึ่งตั้งขึ้นโดยการริเริ่มของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) และภาคธุรกิจเอกชนในอุตสาหกรรมฯ กล่าวถึงความคืบหน้าหลังจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช้อป) ภาครัฐและเอกชน เพื่อลดอุปสรรคและพัฒนาขีดความสามารถอุตสาหกรรมไมซ์ ครั้งที่ 3/2559 ว่า ได้นำเสนอประเด็นให้ที่ประชุมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดที่คณะอนุกรรมการไปศึกษาและได้บทสรุปเบื้องต้นมาแล้วว่า จะขอให้มีการจัดตั้ง "คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมไมซ์" ขึ้นมา

โดยเป็นการทบทวนและปรับปรุงมาจากโครงสร้างคณะกรรมการเดิมที่เคยมีการกำหนดไว้อยู่แล้วผ่านคำสั่งนายกรัฐมนตรี 320/2550 ในปี 2550 ซึ่งครั้งนั้นใช้ชื่อว่าคณะกรรมการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาการแข่งขันอุตสาหกรรมไมซ์ แต่หลังจากการแต่งตั้งแล้วยังไม่เคยจัดการประชุมกันเลย และด้วยโครงสร้างเดิมนั้นยังมีองค์ประกอบภาคเอกชนจำกัดมากเกินไป

ทั้งนี้ แนวคิดการปัดฝุ่นนำโครงสร้างคณะกรรมการที่มีอยู่เดิมมาใช้ เพื่อจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมได้เร็วขึ้น เนื่องจากมีการรับรองโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นอยู่แล้วคือ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่จำเป็นต้องมีการกำหนดโครงสร้างใหม่เพื่อให้ครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้น เพื่อจะได้สอดคล้องกับความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันยกระดับความสำคัญมากขึ้น อาทิ การยกให้เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล แต่ที่ผ่านมาการพัฒนายังติดอุปสรรคหลายด้าน เนื่องจากกฎหมายที่มาเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์มีถึง 215 ฉบับ ที่คาบเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานรัฐอื่นๆ และการไปตามแก้ไขทุกฉบับนั้นต้องใช้เวลานานจนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ดังนั้นในส่วนของภาครัฐจะมีหน่วยงานที่ร่วมในองค์ประกอบเพื่อพิจารณาแก้ไขกันในรายวาระที่สำคัญให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ได้แก่ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานหรือมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ร่วมด้วย ทีเส็บ เป็นเลขานุการ และมีคณะกรรมการจากระดับปลัดหรือผู้แทนจากกระทรวงการคลัง, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงอุตสาหกรรม, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และองค์ประกอบภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.), สภาหอการค้าไทย, สมาคมส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ ทิก้า, สมาคมส่งเสริมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ ทีอีเอ, สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน และสมาคมด้านการขนส่งสินค้า (โลจิสติกส์) ซึ่งในที่ประชุมเวิร์คช้อปครั้งนี้ภาคเอกชนได้นำเสนอให้นำรวมเข้ามาในส่วนของภาคเอกชนด้วย

นอกจากนั้นเตรียมเสนอให้คณะกรรมการชุดนี้มีวาระการประชุมที่แน่นอนอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาล่วงหน้าถึงการอำนวยความสะดวกและพัฒนาธุรกิจไมซ์ ซึ่งแม้ว่าโดยโครงสร้างจะมีองค์ประกอบหลากหลาย แต่ในทางปฏิบัติสำหรับการประชุมแต่ละครั้งจะเชิญเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะตามธรรมชาติของอุตสาหกรรมไมซ์มักจะเป็นงานที่วางแผนกันล่วงหน้าระยะยาวเป็นปีอยู่แล้ว ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการจะรู้ล่วงหน้าถึงประเด็นที่ต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อน นอกจากนั้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการเชิญองค์กรที่เกี่ยวข้อง แต่อาจไม่ได้ถูกรวมในองค์ประกอบคณะกรรมการในการจัดตั้ง จึงจะมีการเปิดช่องในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิไว้ 3 ตำแหน่ง เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาเสนอแนะการทำงานให้ตรงจุด

นายอรรคพล กล่าวว่าในปี 2559 อุตสาหกรรมไมซ์ไทยมีนักเดินทางเข้ามาแล้วกว่า 1.26 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 10 ปีก่อน หรือปี 2555 ที่มีนักเดินทางเข้ามาเพียง 7.4 แสนคน สร้างรายได้ราว 7.5 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันไทยยังมีความท้าทายจากภาวะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และอาจเสี่ยงต่อการขัดขวางการเจริญเติบโตให้ได้เหมือนใน 10 ปีที่ผ่านมา เพราะยังมีอุปสรรคเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากติดข้อกฎหมายหลายด้าน ดังนั้น จึงมั่นใจว่าหากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีเส็บ เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว และนำเรื่องให้พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีพิจารณา แล้วนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ขึ้นมา จะช่วยให้อุตสาหกรรมไมซ์สนองตอบรัฐในด้านการเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้หลักให้กับประเทศมากขึ้น

ด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการทีเส็บ กล่าวว่า จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การประชุมของบอร์ดในวันที่ 28 พ.ย.นี้ ซึ่งตามโครงสร้างของคณะกรรมการนี้จะคล้ายกับคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกฯพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิบัติหน้าที่ประธานเช่นกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่รวดเร็ว เพราะสามารถนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ โดยตรง