“สหรัฐ วิไลเนตร” ผู้กำกับฝันแห่ง DOG DREAM

“สหรัฐ วิไลเนตร”  ผู้กำกับฝันแห่ง DOG DREAM

DOG DREAM STUDIOของแต่งบ้านสไตล์อินดัสเทรียลมีแนวทางของตัวเอง ฝีมืออดีตผู้กำกับหนัง ที่มาเป็นผู้กำกับฝัน ชักนำคนรักศิลปะให้เจอเนื้อคู่ที่ใช่

กล้องอย่างเท่ ดิบได้ใจคนรักงานอินดัสเทรียลดีไซน์ กับเหล่าของตกแต่งแปลกต่าง ทำจากวัสดุโลหะ ไม้เก่า สังกะสี แม้แต่เศษของเหลือทิ้งในซาเล้ง กระตุกสายตาคนรักงานศิลปะ ที่แวะผ่านบูธ DOG DREAM STUDIO” ในงาน บ้านและสวนแฟร์ ที่ผ่านมา ได้ชะงัก!

เจ้าของบูธเป็นบุรุษหนุ่ม ผู้ทำอาหารได้ ชงกาแฟอร่อย เป็นอดีตเจ้าของร้านกาแฟ “ละเลียด อิน ปาย” เมืองแม่ฮ่องสอน เป็นสถาปนิก และอดีตผู้กำกับหนัง ที่เคยฝากผลงานไว้กับภาพยนตร์ “พันธุ์หมาบ้า” เมื่อปี 2533 ถ้ายังจำกันได้ เขาคือ สหรัฐ วิไลเนตร” ซึ่งวันนี้กำลังกำกับฝันของตัวเองอยู่ที่ DOG DREAM STUDIO

“ผมอยู่วงการภาพยนตร์มากว่า 20 ปี วันหนึ่งตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ปาย รับงานออกแบบสถาปัตย์ และเปิดร้านกาแฟเล็กๆ เพื่อดูว่า เราชอบปายจริงๆ ไหม ในร้านผมจะมีโต๊ะทำงานเล็กๆ อยู่ข้างเคาน์เตอร์กาแฟ เพื่อนั่งทำงานกระจุกกระจิกของผมไปด้วย”

งานที่ว่าคือ การสร้างประติมากรรม (Sculpture) จากเศษวัสดุและของเก่า ที่พบได้ตามรถซาเล้ง ประสาคนรักในงานสถาปัตย์ งานอินดัสเตรียลดีไซน์ หลงใหลในสีสนิม วิถีชีวิตที่คุ้นตา คือ หิ้วถุงปุ๋ย หนีบขวดน้ำ ไปรื้อของเก่า ตามรถซาเล้งและท้องถนน คุ้ยเศษเหล็กจนเนื้อตัวมอมแมม พอได้วัสดุเท่ๆ มาสักชิ้น ก็ดีใจยิ่งกว่าถูกหวย

วัสดุแต่ละชิ้น นำมาจับคู่กับวัสดุชิ้นอื่นที่หามาได้ ชิ้นไหนลงตัว “เจอเนื้อคู่” พอดิบพอดี ก็จะได้ผลงานที่ “สมบูรณ์แบบ” ในมุมมองคนทำงานศิลปะอย่างเขา กว่าจะได้งานแต่ละชิ้น เลยแสนจะใช้เวลา กะเกณฑ์ความแน่นอนไม่ได้ เริ่มต้นจากทำกล้องตัวเล็กๆ ขนาดเท่ากล่องไม้ขีด กลัวจะเหงาเลยหาเพื่อนมาทำเป็นซีรีส์ “001-008” วางตกแต่งเล่นๆ ที่ร้านกาแฟ หวังจะเก็บไว้ชื่นชมเอง แต่ใครจะคิดว่า จะขายได้ตั้งแต่ซีรีส์แรก

“ทำเสร็จก็นั่งชื่นชม เข้าท่าดีแฮะ คิดในใจว่า ถ้าใครบ้ามาซื้อนะ ก็จะขายเป็นเซ็ต นึกไม่ทันขาดคำ มีน้องผู้ชายคนหนึ่งมาขอซื้อ ผมบอกขายเป็นเซ็ตนะ 3,500 บาท คิดแค่ว่า คนเราถ้าไม่ชอบจริง คงบอกแพงไป แล้วก็จบ ผมจะได้เก็บไว้ชื่นชมต่อ ปรากฏน้องบอก..ผมเอาครับพี่”

แม้จะเชื่ออยู่ลึกๆ ว่างานของเขาต้องขายได้ แต่ไม่คิดว่า ลูกค้ารายแรกจะมาไวขนาดนี้ ถึงขนาดสอยผลงานซีรีส์แรกไปจากคนทำซะแล้ว จนต้องขอเบอร์โทรและฝากบอกน้องว่า..

“วันหนึ่งถ้าพี่ดังขึ้นมา ขอซื้อคืนนะ เพราะนี่เป็นผลงานชิ้นแรกของพี่”

นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน ภายใต้ร้านกาแฟ “ละเลียด อิน ปาย” ซึ่งในภาษาครีเอทีฟเขาว่า ไม่เหมาะที่จะใช้ชื่อนี้ เลยเป็นที่มาของแบรนด์ DOG DREAM STUDIO” ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจ ทีคนยังฝันได้ แล้วทำไมหมาจะฝันบ้างไม่ได้

“หลายคนชอบพูดว่า หมามองเครื่องบิน หมาเห็นปลากระป๋อง ก็เท่านั้นแหล่ะ แล้วทำไมหมาจะทำแบบนั้นไม่ได้  คนเรายังมีความฝัน แล้วทำไมหมาจะฝันบ้างไม่ได้ อย่าไปดูถูกหมามัน นั่นคือที่มาของ DOG DREAM STUDIO” เขาเล่า

จากกล้องเท่ๆ มีหน้าที่ไว้แค่ประดับตกแต่ง ก็เริ่มพัฒนาผลงาน ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานมากขึ้น อย่าง โคมไฟ กล่องสวิทช์ไฟ ช้อนกาแฟ ฯลฯ  เวลาในการทำมีตั้งแต่ 2 อาทิตย์ ไปจนถึงขนาด 3 เดือน เพื่อจะหา “คู่ที่ใช่” ให้กับผลงานแต่ละชิ้น เพราะวัสดุแต่ละตัวล้วนมีที่มา ผลงานแต่ละชิ้นเลยพิเศษและมากคุณค่าตามไปด้วย กลายเป็นที่ดึงดูดใจเหล่าแฟนคลับ DOG DREAM ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่ติดตามซื้อผลงานของเขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งแวะมายลที่ร้าน และติดต่อผ่านเฟซบุ๊ค DOG DREAMSTUDIO

เหล่าคนรักและเข้าใจศิลปะ ยอมจ่ายในราคาตั้งแต่ระดับ 5-6 พันบาท ไปจนหลักหมื่นบาท โดยชิ้นแพงสุดที่เคยขายได้อยู่ที่ 3.8 หมื่นบาท!

“ชิ้นที่แพงสุดเป็นโคมไฟ แต่เป็นโคมไฟที่มีศิลปะ ฝรั่งพูดว่า เป็นงานโคมไฟที่สร้างโดย Artist (ศิลปิน) คนธรรมดาไม่ทำโคมไฟแบบนี้กัน ผมว่า ติสต์ก็ติสต์เถอะ แต่ผมว่า ผมก็ยังไม่ติสต์นะ(หัวเราะ)”

ทำไม DOG DREAM ถึงขายได้ และ “ราคา” แทบไม่มีความหมายเลยกับคนซื้อ ขอแค่ถูกใจก็ยอมควักเงินจ่าย โดยไม่มีต่อ ไม่มีขอลด เจ้าของผลงานบอกเราว่า อาจเพราะเป็นของที่มีชิ้นเดียวในโลก แปลก มีสไตล์ ไม่เหมือนใคร และลูกค้าเองคงรู้สึกว่า เขาเจอสิ่งที่ตามหาแล้ว

“เหมือนของเลือกคนด้วยนะ เขาเรียก เจอเนื้อคู่ บางอันตั้งไปเหอะ ตั้งแต่เปิดร้านยันปิดร้าน ขนาดเซ้งแล้ว ก็ยังขายไม่ได้ แต่บางอันตั้งได้แค่วันเดียว ก็ไปแล้ว เหมือนได้เจอคู่ของเขา” คนหนุ่มบอกความโรแมนติกของธุรกิจนี้        

จากผลงานในร้านกาแฟ เขาตัดสินใจปิดร้าน ละเอียด อิน ปาย ทั้งที่มีแฟนคลับอยู่พอสมควร ด้วยเหตุผลว่า ต้องการพื้นที่ทำงาน ก็ถ้ายังมีร้านกาแฟซึ่งต้องดูแลเองคนเดียว คงทุ่มเทกับ DOG DREAM ได้ไม่เต็มที่ ขณะฝันเต็มใบของเขา คือ มีบ้านไว้อยู่อาศัย มีสตูดิโอไว้ทำผลงาน และมีร้านกาแฟ ร้านอาหารดินเนอร์เซ็ต ให้คนมาชมพระอาทิตย์ตกพร้อมลิ้มรสเมนูตามใจสั่ง วันนี้สองฝันแรกทำสำเร็จแล้ว เหลืออีกแค่หนึ่งฝัน ที่เขาพร้อมกำกับให้เป็นจริงได้ในเร็ววันนี้

 ยังมีหลายความตั้งใจที่อยากทำ กับเรื่องสนุกๆ ของการสร้างสรรค์ผลงาน โดยนักปั้นฝันแห่ง DOG DREAM บอกเราว่า โจทย์ในการสร้างผลงานของเขาก็แค่ “ต้องสนุก” และมาจากตัวเขา

“ใครก็อยากได้ตังค์ แต่มาถึงจุดๆ นี้ ขอเลือกได้ตังค์ที่มีความสุขด้วยดีกว่า ไม่อย่างนั้นผมคงเลือกทำงานที่กรุงเทพไปแล้ว วันนี้ขอแค่ได้ทำงานที่ชอบ คนซื้อไปแล้วอมยิ้ม ผมก็รู้สึก สุดยอดแล้ว ผมไม่อยากให้คนรู้จักในฐานะคนทำหนัง แต่อยากให้เขารู้จักในฐานะคนทำ DOG DREAM เท่านี้ก็โอเคที่สุดแล้ว” เขาย้ำในตอนท้าย

วันนี้หลายคนอยากออกมาเป็นผู้ประกอบการ ปลดภาระที่หนักอึ้งจากวิถีลูกจ้าง ถอดหมวก ถอดหัวโขน มาทำตามความฝันของตัวเองดูสักตั้ง “รุ่นพี่” ที่เดินเส้นทางนี้มาก่อน บอกแค่ว่า ให้ลองถามตัวเองดูว่า เราพอจะทำอะไรได้บ้าง แล้วตลาดต้องการอะไร คิดอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัดทิ้งสิ่งที่ไม่ใช่ แล้วจะเจอ “คำตอบ” ที่อยากได้      

“เราต้องเชื่อมั่นในตัวเรา และเราต้องมีดี มีความกล้า มีความแตกต่าง เท่านี้ก็ทำทุกอย่างที่อยากทำได้”  

เช่นเดียวกับตัวเขา ที่ยืนหยัดกำกับฝันของตัวเอง อยู่ที่ DOG DREAMSTUDIO รอให้ผู้คนได้มาเจอ “เนื้อคู่” ของพวกเขา

                ...................................................

Key to success

สูตรลับจับความฝันฉบับ DOG DREAM

๐ ชัดเจนในความฝัน มุ่งทำมันให้สำเร็จ

๐ เริ่มทำจากความถนัดและความชอบ

๐ ทำของแปลก แตกต่าง สนองใจคนรักงานศิลปะ

๐ ทำผลงานชิ้นเดียว ทรงคุณค่า มีเรื่องเล่า 

๐ ทำงานด้วยความสนุก ให้ทั้งความสุขและเงิน

๐ ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง กล้า และแตกต่าง