วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้น‘ดีแทค’จับคู่ จะร่วมวง..ต้องรอบคอบ!

จากกระแสข่าวการควบรวมระหว่าง "ดีแทค-ทรู" กูรูออกโรงเตือน ต้องรอบคอบ

หุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นได้อย่างร้อนแรงในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคงจะหนีไม่พ้น ‘โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น’ หรือ DTAC โดยราคาหุ้นวิ่งขึ้นจากราว 31 บาท ไปแตะ 39.25 บาท เพิ่มขึ้น 26% จากต้นเดือนที่ผ่านมา

ปัจจัยอย่างหนึ่งที่เข้ามากระทบกับราคาหุ้น คงจะเป็นเรื่องของกระแสข่าวที่ว่า ‘Telenor Asia’ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 สัดส่วน 42.62% อาจจะตัดสินใจขายหุ้นออกไป

มงคล พ่วงเพตา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการประเมินถึงแนวทางที่เทเลนอร์จะเลือกเพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเทเลนอร์มีทางเลือกไม่มากนัก เพราะถ้าจะลุยต่อ ก็ต้องลงทุนอีกมาก และปัญหาสำคัญคือ ถ้าเลือกลงทุนต่อ จะคุ้มหรือไม่?

“ส่วนตัวคิดว่าเทเลนอร์น่าจะตัดสินใจขายหุ้นออกมา และน่าจะต้องรีบขาย เพราะหากทิ้งไว้นาน มูลค่าของดีแทคอาจจะลดลงไปอีก จากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น”

เมื่อมองเช่นนี้ คำถามที่ตามมาคือ เทเลนอร์จะขายให้ใคร และใครจะอยากเข้ามาซื้อ

อุตสาหกรรมสื่อสารในปัจจุบันแข่งขันค่อนข้างรุนแรง และมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์น่าจะเข้ามาได้ยาก เมื่อดูจากอดีตที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีรายใหม่พยายามสอดแทรกเข้ามาเป็นระยะ แม้แต่ TOT และ CAT เองก็เคยทำ แต่สุดท้ายก็มีแค่ 3 รายหลัก

“ที่สำคัญคือการซื้อดีแทคในเวลานี้ นอกจากมูลค่าที่ต้องจ่าย ผู้ซื้อจะต้องลงทุนเพิ่มในเรื่องของใบอนุญาต การวางโครงข่าย ซึ่งก็น่าจะเป็นเงินอีกไม่ต่ำกว่า 4 - 5 หมื่นล้านบาท”

ฉะนั้นแล้ว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีกระแสข่าวว่าทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) น่าจะเป็นผู้ที่มีสิทธิมากที่สุด หากเทเลนอร์ตัดสินใจขายออกมาจริง เพราะใบอนุญาตที่มีอยู่ราว 100 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อรวมกับที่ร่วมมือกับ CAT จึงน่าจะเพียงพอ และไม่ต้องลงทุนเพิ่มในส่วนนี้ ส่วน แอดวานซ์ อินโฟว์ เซอร์วิส (ADVANC) หากเข้ามาซื้อจริง อาจจะติดปัญหาเรื่องการผูกขาดตลาด เพราะปัจจุบันแอดวานซ์มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 40% เมื่อรวมกับดีแทคอีกกว่า 20% กสทช.ก็ไม่น่าจะยอมให้เป็นเช่นนี้

ด้าน กวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย มองว่า แม้ดีลนี้จะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิด แต่ส่วนตัวมองว่าค่อนข้างยาก ด้วย 2 ปัจจัย คือ เทเลนอร์น่าจะต้องการมูลค่าสูงกว่าปัจจุบันพอสมควรหากจะขายออกไป และฐานะการเงินของทรูในปัจจุบันก็อาจจะไม่พร้อมมากนัก ด้วยภาระหนี้สินที่ค่อนข้างสูง

แม้ดีแทคจะเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่มูลค่าของดีแทคก็ยังอยู่ที่ฐานลูกค้าที่มีอยู่พอมากพอสมควร ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเทเลนอร์จะอยากขายออกไปหรือไม่นั้น คงจะไม่สามารถตอบได้ แต่หากสังเกตจากการประมูลที่ผ่านมา ดีแทคก็ไม่ได้สู้จนถึงหยดสุดท้ายเพื่อจะให้ได้ใบอนุญาตมา จึงมีการตั้งข้อสังเกตกว่า ดีแทคจะลุยกับธุรกิจต่อจากนี้แค่ไหน

เมื่อเป็นเช่นนี้เทเลนอร์อาจจะตัดสินใจขายหุ้นออกไปก็เป็นได้ และไปทุ่มกับธุรกิจในพม่าที่เป็นผู้นำธุรกิจอยู่ในขณะนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังเชื่อว่าดีลนี้เกิดได้ยากจาก 2 ปัจจัยที่กล่าวไป และผู้บริหารของดีแทคก็ยังยืนยันมาต่อเนื่องว่าดีแทคจะยังอยู่ในไทยต่อไป

“ฐานลูกค้าของดีแทคยังมีมูลค่าอยู่ก็จริง แต่การทุ่มเงินระดับแสนล้านเพื่อชิงส่วนนี้มาเป็นสิ่งที่ผู้สนใจซื้อต้องตอบให้ได้ว่าคุ้มหรือไม่ และหากต้องการจริงๆ การพิจารณารออีกสัก 2 ปี อาจจะเป็นจังหวะที่ดีกว่าก็ได้”