โบรกคาด "เบอร์ลี่ยุคเกอร์-แจส" ตัวเต็งหุ้นเข้าตำนวณเอ็มเอสซีไอรอบครึ่งปี
สัปดาห์นี้มีปัจจัยที่จะช่วยหนุนตลาดที่สำคัญคือการประกาศทบทวนดัชนีเอ็มเอสซีไอรอบครึ่งปี ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะมีเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเบอร์ลี่ยุคเกอร์(BJC)ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์ก็จะมีการประกาศทบทวนดัชนีเซท50และเซท100 รอบใหม่ในสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ซึ่งแต่ละบล.คาดการณ์หุ้นที่จะถูกนำเข้าคำนวณเพิ่ม ซึ่งหุ้นแจส เป็นหนึ่งในหุ้นที่คาดว่าจะเข้าเซท50ด้วย
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นเบอร์ลี่ในเดือนต.ค. ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 18.54%ขณะที่ต้นพ.ย.ยังไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่หุ้นแจส เดือนต.ค.ปรับตัวขึ้น 15.97%และเดือนพ.ย.ปรับตัวขึ้น 10.78%
บล.เคที ซีมิโก้ การประกาศทบทวนดัชนี MSCI รอบครึ่งปีในต้นสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีการเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยหรือไม่ (หากเพิ่มก็มีโอกาสเห็นเงินทุนต่างชาติไหลเข้าหุ้นใหญ่ได้) หุ้นสัดส่วนใน MSCI Thailand Index สูง หุ้นปตท.,หุ้นซีพีออลล์,หุ้นเอสซีบี,หุ้นแอดวานซ์,หุ้นเอโอที
บล.โนมูระพัฒนสิน ประเมินว่า หุ้นที่คาดจะเข้า MSCI รอบใหม่ ประกาศ 15 พย.นี้ เป็นหุ้นเบอร์ลี่ยุคเกอร์ ส่วนหุ้นที่คาดเข้า เซท50 รอบใหม่ ดังนี้หุ้นกรุ๊ปลีส, หุ้นการบินไทยหุ้นโกลบอล,หุ้นแจส,หุ้นเอสพีอาร์ซี,หุ้นเกียรตินาคิน,หุ้นพีทีจี ส่วนหุ้นที่เข้าดัชนีเซท100 คือ หุ้นแจส,หุ้นเอสพีอาร์ซี,หุ้นซุปเปอร์,หุ้นรพ.วิภาวดี,หุ้นเถ้าแก่น้อย,หุ้นจีเอฟพีที,หุ้นบิ๊ก,หุ้นราชธานีลิสซิ่ง
บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ประเทศไทย ระบุว่า สำหรับปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า เราให้น้ำหนักกับการประกาศผลปรับดัชนี MSCI รอบ 6 เดือนในช่วงเช้าวันที่ 15 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย ฝ่ายวิจัยคาดว่า หุ้นเบอร์ลี่ฯ มีโอกาสถูกคัดเลือกเข้าคำนวณใน MSCI Thailand ครั้งนี้
บล.ทรีนีตี้ มีความเห็นว่า ฝ่ายวิจัยได้ทำการคำนวณหุ้นที่มีโอกาสถูกนำเข้า/ตัดออกจากการคำนวณดัชนีเซท50 และเซท100 ในรอบถัดไปซึ่งจะมีผลวันที่ 2 ม.ค.ปีหน้า โดยใช้ข้อมูลจนถึงวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา (ข้อมูลจริงจะใช้ถึงวันที่ 30 พ.ยนี้) คาดมีผลดังต่อไปนี้หุ้นที่มีโอกาสถูกนำเข้าดัชนีเซท 50 ได้แก่ หุ้นปูนกลาง,หุ้นกรุ๊ปลีส, หุ้นการบินไทย,หุ้นโกลบอล,หุ้นแจส,หุ้นเอสพีอาร์ซี,หุ้นเกียรตินาคิน,หุ้นพีทีจี หุ้นที่มีโอกาสถูกตัดออกจากดัชนี เซท50 ได้แก่ หุ้นดับบลิวเอชเอ,หุ้นทีพีไอโพลีน,หุ้นบีอีซี, หุ้นบางจาก,หุ้นทีทีดับบลิว,เมืองไทยลิสซิ่ง,หุ้นศรีสวัสดิ์ , หุ้นทิปโก้แอสฟัล,หุ้นที่มีโอกาสถูกนำเข้าดัชนีเซท100 ได้แก่หุ้นปูนกลาง,หุันแจส,หุ้นเอสพีอาร์ซี,หุ้นซุปเปอร์,หุ้นวิภาวดี,หุ้นเถ้าแก่น้อย,หุ้นจีเอฟพีที,หุ้นบิ๊ก,หุ้นราชธานี
นอกจากนี้ หุ้นที่มีโอกาสถูกตัดออกจากดัชนี เซท100 ได้แก่ หุ้นเวิคร์พอยท์ ,หุ้นเอราวัณ, หุ้นเอสวีไอ,หุ้นเอสจีพี,หุ้นบีเจซีเฮฟวี่,หุ้นไอเฟค,หุ้นเจดับบลิวดี,หุ้นอาร์เอส,หุ้นทีอาร์ซี
ทั้งนี้ จากผลการศึกษาในอดีตพบว่าการปรับตัวของราคาหุ้นที่ถูกนำเข้าและตัดออกนี้จะมีนัยสำคัญเฉพาะในส่วนดัชนี เซท50 ซึ่งหุ้นที่ถูกนำเข้ามักจะ Outperform ตลาดนับตั้งแต่ช่วง 8 สัปดาห์ก่อนวันบังคับใช้จริง ซึ่งตรงกับช่วงเวลานี้พอดี ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 4.9% และตามธีมการลงทุนดังกล่าว ในทางกลับกันแนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีโอกาสถูกตัดออกจาก เซท50 เนื่องจากมักปรับตัว Underperform ตลาดโดยเฉลี่ย 3.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน









