วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ERW - ซื้อ

กำไรไตรมาส 3/59 ดีเกินคาด: มองกำไรไตรมาส 4/59 จะยังเติบโต QoQ

ผลประกอบการดีเกินคาด

ERW รายงานกำไรหลักไตรมาส 3/59 ที่ 56 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 48 ลบ และ 44 ลบ ตามลำดับเนื่องจากอัตรากำไรดีกว่าคาด ทั้งนี้กำไรดังกล่าวพลิกจากขาดทุน 20 ล้านบาท ในไตรมาส 3/58 และเติบโตจากไตรมาส 2/59 ที่มีกำไรเพียง 1 ล้านบาท โดยไม่มีรายการพิเศษอื่นๆในไตรมาส 3/59 เทียบกับ กำไรพิเศษ 16 ล้านบาท ในไตรมาส 2/59

การพลิกฟื้นของกำไร YoY สืบเนื่องมาจากฐานที่ต่ำมาก โดยขาดทุนในไตรมาส 3/58 เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ระเบิดในวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ส่งผลให้กำไรหลักไตรมาส 3/59 ฟื้นตัวอยางแรงโดยถูกขับเคลื่อนจากรายได้การโรงแรมที่เติบโต(สูงขึ้น 13% YoY มาอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท) และอัตรากำไรหลักที่เพิ่มขึ้น(ที่ 4% ในไตรมาส 3/59) รายได้การโรงแรมเติบโตเนื่องจากการเติบโตของจำนวนห้องพักที่ 13% YoY และรายได้เฉลี่ยต่อห้องที่เติบโต 2% YoY โดยมาจากทั้งอัตราการเข้าพักสูงขึ้นจาก 71% ในไตรมาส 3/58 มาอยู่ที่ 81% ในไตรมาส 3/59 ซึ่งมากเกินราคาคาห้องพักเฉลี่ยที่ลดลง 10% YoY จากค่าห้องที่ชะลอตัวของโรงแรมระดับ 3 ดาว และโรงแรมใหม่ประเภทราคาประหยัด (HOP INN ที่เปิดใหม่ที่เชียงใหม่ในไตรมาส 3/59) ทั้งนี้โรงแรมทุกประเภทรายงานรายได้เฉลี่ยต่อห้องเติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY: โรงแรมหรูเติบโ 14%, โรงแรมระดับกลาง 14%, โรงแรม 3 ดาว 3%, และโรงแรมราคาประหยัด 28% ทั้งนี้กำไรหลักที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง QoQ นำโดยรายได้การโรงแรมที่เติบโต 12%, ซึ่งทำให้อัตรากำไรสูงขึ้น สำหรับอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิทรงตัว QoQ ที่ 1.6x เท่า ณ สิ้นสุดเดือนกันยายน

แนวโน้ม

คาดกำไรหลักในไตรมาส 4/59 สามารถทรงตัวได้ YoY เนื่องจากฐานต่ำต่อเนื่องในไตรมาส 4/58 ที่มีเหตุการณ์ระเบิดซึ่งเราคาดว่าจะหักล้างกับรายได้อาหารในโรงแรมที่ชะลอตัวลงในช่วงภาวะความเศร้าโศกที่เริ่มในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไรจะเติบโต QoQ ได้ไนไตรมาส 4/59 ตามปัจจัยฤดูกาล โดยเราคาดรายได้โรงแรมจะทรงตัว YoY เนื่องจากปริมาณห้องพักที่เพิ่มขึ้น 12% YoY มาอยู่ที่ 6,385 ห้อง (จะมีการเปิดโรงแรม HOP INN 3 แห่ง ที่หาดใหญ่, ภูเก็ต, และฟิลิปปินส์) เราคาดอัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ 79% ในไตรมาส 4/59 (73% ในไตรมาส 4/58) อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยจะลดลง YoY เนื่องจากมีโรงแรมราคาประหยัดใหม่หลายแห่งเปิดในไตรมาสดังกล่าว

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

กำไรหลักรวม 9 เดือน ในปี 2559 คิดเป็น 73% ของที่เราคาดทั้งปี 2559 และคิดเป็น 76% ของที่ตลาดประเมิน เรายังคงการประเมินการเติบโตกำไรหลักที่ 71% ในปี 2559 และการเติบโตทั่วไปที่ 16% ในปี 2560 คาดอัตราการเข้าพักจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที 80% ในปี 2559 (ซึ่งสูงขึ้น 7% YoY), และจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้น 12% YoY มาอยู่ที่ 6,385 ห้อง

เรามองว่ายังมีช่องทางการเติบโตของกำไรในระยะยาว หาก ERW ขายสินทรัพย์โรงแรมที่มีผลการดำเนินงานดีมาเป็นเวลานาน เช่น โรงแรม IBIS ในต่างจังหวัด ให้กับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)

คำแนะนำ

จากสถิติในอดีต ERW และหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวจะดีกว่าตลาดหรือ SET ในเดือนที่สองหลังจากมีข่าวร้ายเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 โดยปัจจัยกระตุ้นสำคัญคืออุปสงค์คงค้างหรือ pent-up demand หลังเหตุการณ์เลงาร้าย โดยเราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2560 ที่ 5.60 บาท (คิดลด 40% จากมูลค่าคิดลดเงินสด), WACC ที 9.2%, และ terminal growth rate 2% โดย ERW เป็นหุ้นที่มีมูลค่าถูกมากโดยยังซื้อขายกันที่ระดับต่ำกว่ามูลค่าทดแทน (replacement value); โดยหุ้นถูกเทรดต่ำกว่ามูลค่าทดแทนที่ 7.5 บาท/หุ้น อยู่มาเกินไป โดยนโยบายการเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นโดยการขายสินทรัพย์จะเป็นตัวปลดล็อกมูลค่าที่ซ่อนอยู่อย่างมีนัยสำคัญ