ยังมองบวก แต่เน้นการเก็งกำไรและเข้าซื้อในเชิงตั้งรับ ในกรอบ 1505-1520 จุด
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัว 1505-1520 โดยยึดเป้าทดสอบ 1550-1570
ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับเชิงบวก และนักลงทุนพยายามมองหาประเด็นเชิงบวกจากนโยบายของทรัมป์ ทั้งนี้การที่ทรัมป์เป็นนักธุรกิจและมีมุมมองที่จะลดการผ่นคลายกฎเกณฑ์กำกับดูแลในการทำธุรกิจ ซึ่งตลาดมองรวมไปถึงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลการทำธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ และการเก็งกำไรตลาดล่วงหน้า ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้นธนาคารและวาณิชธนกิจ อย่างไรก็ตามหุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลดลงซึ่งน่าจะมาจาก 1) นักลงทุนกังวลนโยบายดึงธุรกิจกลบสหรัฐจะกระทบกับโครงสร้างบริษัท ที่มีการจดทะเบียนในหลายประเทศเพื่อลดภาษี และ 2) ตลาดคาดการขึ้นดอกเบี้ยทำให้เกิด de-rating ในหุ้นที่ซื้อขายด้วย valuation ที่แพง
ตลาดหุ้นโลกและไทยอาจลดความร้อนแรงลงทั้งจากข่าวกระแสต่อต้านทรัมป์ และราคาพลังงานที่ลดลง (รายงาน IEA กังวลโอเปค และการหนุนการลงทุนพลังงานจะเพิ่มอุปทานในอนาคต) แต่เราต้องระวังที่จะไม่มองความเสี่ยงเลวร้ายเกินจริง การที่ทรัมป์ถอดเนื้อหาเกี่ยวกับการแบนมุสลิมออกจาเวปไซต์ ชี้ว่าหลังการรับตำแหน่งทรัมป์จะไม่ดำเนินนโยบายสุดโต่งเกินไป ซึ่งเราน่าจะเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายมากขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์นี้
สำหรับปัจจัยอื่นๆ : หลังครบระยะเวลา 5 ปีของรถคันแรก ทำให้กำลังซื้อน่าจะกลับมา ส่งผลบวกต่อ เช่าซื้อ อสังหาฯ / ติดตามผลกระทบร่างเกษตรพันธสัญญาต่อ CPF / หนี้เสียบัตรเครดิตไตรมาส 3/59 เพิ่มเป็น 2.89% (จาก 2.72%)
แนวรับ/แนวต้าน : 1492-1500/1515-1520, 1550 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
คำแนะนำทางกลยุทธ์ : ยังมองบวก แต่เน้นการเก็งกำไรและเข้าซื้อในเชิงตั้งรับ ในกรอบ 1505-1520 จุด ในหุ้นบริโภคในประเทศ (ธนาคารและเช่าซื้อ) ปิโตร รวมทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น และมีฐานการผลิตหรือเติบโตอิงสหรัฐฯ ยังขอเลี่ยงหุ้นกลุ่มบันเทิงเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการ
// หุ้น top pick เชิงกลยุทธ์ BLA*, TTA*, BJCHI*
ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์
- หุ้นลงทุนในธุรกิจพลังงานเหมืองแร่ : BJCHI*, STPI*, SQ*
- หุ้นที่มีธุรกิจ หรือฐานการผลิตในสหรัฐฯ : IVL, EPG, TU
- หุ้นกลุ่มเช่าซื้อและบริโภคเป็นบวก : S11*, TK*, TCAP*, TISCO*, DRT, ROBINS, CPALL
- หุ้นลุ้น SET ทะลุ 1520 : ธนาคาร - KBANK SCB/ พลังงาน - PTTGC PTT PTTEP/ Valuation ถูก – HANA* BCP
- หุ้นโภคภัณฑ์ : TTA* PSL* STA* TRUBB* KBS*
- หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (เงินเฟ้อ) : BLA*, TIP*, EASTW*
- หุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลปลายปี : TU, ROBINS, BCP, AP, BDMS, BH, BCH, DCC
หุ้นแนะนำ
BLA* (60) : คาดหุ้นผ่านจุดต่ำสุดที่เกิดจากการตั้งสำรองผลตอบแทนแล้ว ขณะที่ผลตอบแทนการลงทุนในอนาคตมีแนวโน้มดีขึ้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวเป็นขาขึ้นชัดเจน
TTA (11) : เก็งกำไร BDI และราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีที่ 11.76 บาท / ตัดขาดทุนที่ 9.20 บาท
BJCHI* (7) : เก็งกำไรประเด็นสหรัฐฯ หนุนลงทุนเพิ่มในธุรกิจพลังงาน / ตัดขาดทุนที่ 5.85 บาท
(* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH/หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ แบงก์ชาติเผย “หนี้เสีย” ธนาคารพาณิชย์ยังโตต่อเนื่อง ล่าสุดสิ้นไตรมาส 3/59 แตะ 2.89% สูงสุดรอบ 5 ปี ขณะ “เอ็นพีแอล” บัตรเครดิตพุ่งสูงสุดรอบ 11 ปี ชี้ผลจากตรวจพบแบงก์บางรายจัดชั้นหนี้ไม่ถูกต้อง ยอมรับสถานการณ์เอ็นพีแอลยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จับตาไตรมาสแรกปีหน้า ส่วนสินเชื่อต่ำสุดรอบ 6 ปี กรุงไทยรับหนี้เสียรายย่อยน่ากังวล (กรุงเทพธุรกิจ)
+ นายกฯสั่งทูตไทยปรับรับสถานการณ์เปลี่ยน หลัง “ทรัมป์” ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ด้านพาณิชย์คาดไม่กระทบการค้าระยะสั้น ยันเป้าส่งออกไปสหรัฐปีหน้าโต 3% ขณะคนแวดวงตลาดทุนชี้ผันผวนระยะสั้น รอฟังนโยบายสหรัฐ 20 ม.ค.ปีหน้า
- ศูนย์การค้าไทย 91 แห่งทนไม่ไหว จี้รัฐทบทวนลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมอีกครั้ง หลังร้องขอมาตลอด 3 ปี หวังช่วยพยุงอุตสาหกรรมค้าปลีกและท่องเที่ยวที่กำลังเจอปัญหารุมเร้า คนไทยหนีช้อปฮ่องกง-สิงคโปร์ จนรายใหญ่แห่ตัดงบลงทุนใหม่ (มติชน)
- ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ ได้สำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันลอยกระทงปีนี้ พบว่า บรรยากาศในปีนี้คงเป็นไปด้วยความเงียบเหงา โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัด 9,638.85 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 15.6% นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 54 ที่เกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ โดยปี 54 มีมูลค่าการใช้จ่ายเพียง 8,100 ล้านบาท ลดลง 16.5% จากปี 53 ขณะที่ปีนี้ลดลงเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในช่วงของการไว้ทุกข์ (เดลินิวส์)
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นต่อในวันพฤหัสบดี โดยดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ปิดบวก แต่ดัชนี Nasdaq ปิดลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2008 ซึ่งช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 18,873.66 โดยนักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 218.19 จุดหรือ 1.17% สู่ 18,807.88, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 4.22 จุดหรือ 0.20% สู่ 2,167.48 และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 42.28 จุดหรือ 0.81% สู่ 5,208.80 (รอยเตอร์)
+ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปิดตลาดร่วงลงมากกว่า 1% ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ตลาดอื่นๆฟื้นตัวจากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างไม่คาดคิด โดยตลาดน้ำมันกลับไปสนใจความวิตกเกี่ยวกับผลผลิตส่วนเกินและการตัดสินใจของโอเปกในเดือนนี้ที่จะลดการผลิตลงหรือไม่ โดยโอเปกจะประชุมกันที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย.นี้เพื่อเจรจาเกี่ยวกับการปรับลดการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดร่วง 61 เซนต์หรือ 1.4% สู่ระดับ 44.66 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค.ที่ตลาดลอนดอนปิดร่วง 54 เซนต์หรือ 1.1% สู่ระดับ 45.84 ดอลลาร์/บาร์เรล (รอยเตอร์)
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดีหลังการซื้อขายผันผวน ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองทองและหุ้นกลุ่มปลอดภัยร่วงลงจากการคาดการณ์เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของสหรัฐจากการให้สัญญาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ที่จะปรับลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วง 83.86 จุดหรือ 1.21% สู่ 6,827.98 (รอยเตอร์)
+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นอย่างมากในวันพฤหัสบดี และพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 9 เดือนท่ามกลางการดีดตัวขึ้นหลังจากดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ ขณะที่ตลาดประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างไม่คาดคิด ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดทะยานขึ้น 1,092.88 จุด หรือ 6.72% ที่ 17,344.42 (รอยเตอร์)






