วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เมย์แบงก์' ลงทุนระบบป้องกัน‘แฮก’

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง จัดงบลงทุน"ป้องกันการโจมตีทางเครือข่าย" ชี้สร้างมาตรฐานเท่าสถาบันการเงิน

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) MBKET เปิดเผยว่า บริษัทได้ขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อลงทุนในระบบ ป้องกันการโจมตีทางเครือข่าย (DDOS Protection Solution) เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งระบบดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้ หรืออย่างช้าในต้นปี 2560

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2559 มีมติที่สำคัญ คืออนุมัติให้บริษัทเข้าทำข้อตกลงกับ Maybank Investment Bank Berhad ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่มีผู้มีอำนาจควบคุมรายเดียวกับบริษัท คือ Malayan Banking Berhad ในการรับบริการบางส่วนในระบบป้องกันการโจมตีทางเครือข่าย ตามสัญญาระหว่าง Maybank Investment Bank Berhad กับ Akamai Technologies Malaysia SDN BHD (ผู้ให้บริการ)

“การเพิ่มมาตรการป้องกันดังกล่าวเพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ใช้งานและลูกค้าของบริษัทมากขึ้น และต้องการยกระดับการป้องกันให้เทียบเท่ากับสถาบันการเงิน ที่มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยในระดับที่สูง”

การลงทุนดังกล่าวใช้งบลงทุนไม่มากนักประมาณ 1.3 ล้านบาท โดยมองว่าจะช่วยเพิ่มความป้องกันให้มากขึ้น ซึ่งการเพิ่มระบบดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดจากระบบการป้องกันของบริษัทมีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งระบบการป้องกันของบริษัทยังอยู่ในระดับที่ดี

อย่างไรก็ตาม สำหรับการขออนุมัติให้บริษัทเข้าทำสัญญารับความช่วยเหลือในทางการเงินจาก Maybank Kim Eng Holdings Limited ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ เป็นจำนวนวงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท นั้นไม่ได้เกิดปัญหาแต่อย่างใด เป็นเพียงการขอวงเงินเพื่อคืนเงินกู้เท่านั้น

นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย กล่าวว่า ในแง่ของการป้องกันระบบการซื้อขายนั้น ทางบล.ได้ใช้ระบบร่วมกับธนาคารที่เป็นบริษัทแม่ทำให้มั่นใจในแง่ของความปลอดภัยจากการโจมตีและการโจรกรรมข้อมูล ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้

ทั้งนี้การเติบโตของการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์นั้นมีการเติบโตที่ลดลง โดยปัจจุบันมีการส่งคำสั่งผ่านระบบดังกล่าวประมาณ 30-50% ของมูลค่าการซื้อขาย ซึ่งการเติบโตยังมีอยู่ ทั้งนี้นักลงทุนยังให้ความนิยมกับการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนอยู่

อย่างไรก็ตาม สำหรับทิศทางธุรกิจหลักทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ มองว่าทิศทางยังดีจากมูลค่าการซื้อขายที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งมองว่าความคึกคักจะยังมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจหลักทรัพย์น่าจะได้รับอานิสงส์ดังกล่าว