วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลือกหุ้นใหญ่รับ 'ผู้นำคนใหม่สหรัฐ'

เมื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 ซึ่งอาจส่งผลลบยต่อหุ้นไทย นักวิเคราะห์แนะนำให้ "สะสม" หุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ

แม้ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐเป็น"Donald Trump" จะสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดหุ้นทั่วโลก แต่สิ่งที่นักลงทุนควรฉกฉวยจังหวะนี้เป็นโอกาสของการลงทุน ตลาดหุ้นไทยผันผวนแรงและนักวิเคราะห์ประเมินว่า ดัชนีน่าจะปรับลดลงไปแต่น่าจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะเมื่อพิจารณาสถิติย้อนหลังพบว่าหลังเลือกตั้งดัชนีหุ้นจะลดลงระยะสั้นจากนั้นจะฟื้นตัวขึ้นมาได้

สำหรับหุ้นที่ควรเลือกซื้อเพื่อรอการฟื้นตัวของดัชนีในรอบนี้ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือหุ้นขนาดใหญ่น่าจะได้รับอานิสงส์ หลังจากผลการเลือกตั้งสหรัฐชัดเจน และมีการประกาศนโยบายของผู้นำคนใหม่สหรัฐ โดยกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ เน้น Domestic Play และ Big Cap กลุ่มแบงก์,สื่อสาร,โครงสร้างพื้นฐาน,วัสดุก่อสร้าง และพลังงาน

บล.เมยแบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ระบุว่า Donald Trump ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แนะนำซื้อหุ้นกลุ่ม Domestic Play และ Big Cap ได้แก่ กลุ่มธนาคาร, ค้าปลีก และโครงสร้างพื้นฐาน

บล.กสิกรไทยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนว่าการที่ราคาหุ้นปรับลงมาเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เลือกกลุ่มธนาคารฯ สื่อสารเป็นกลุ่มเด่น นอกนั้นยังให้เก็งหุ้นผลประกอบการเด่น และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากความคืบหน้าโครงการขนาดใหญ่

บล.โนมูระพัฒนสิน ให้ความเห็นว่ากลยุทธ์การลงทุนกรณี TRUMP ชนะ ดังนั้นระยะสั้นเซทจะปรับฐานในกรอบ 1,490-1,480จุด และมี Downside ลึกสุด กรณีดัชนีหุ้นไม่หลุด 1,463 จุด ยังคงมุมมองว่ามองผลกระทบต่อตลาดเป็นเพียงระยะสั้น และน่าจะปรับฐานจบในวัน เทียบเคียงกับ BREXIT

ทั้งนี้ นโยบายของ Donald Trump สนับสนุนด้านพลังงานและเงินเฟ้อ แนะนำหุ้นที่ควรสะสมก่อน คือ Commodities Related : PTT, PTTEP, IVL, STPI และ กลุ่มถ่านหิน ขณะที่หุ้นส่งออกจะถูกขายระยะสั้น จากค่าเงินดอลลาร์ด้อยค่า และค่าเงินบาทจะแข็งค่าก่อน ต่อความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินการคลังของ Donald Trump และเราอาจเห็นเงิน Reallocation เข้า ASIA ต่อในระยะสั้น และรอตั้งรับ Domestic กลุ่มนี้ ในกรณีตลาดย่อลงมาในกรอบ 1490-1480 จุด เนื่องจากเป็นกลุ่มเติบโตจากภายในแต่ ราคาย่อเพราะ Sentiment แนะนำกลุ่ม ธนาคาร KBANK, BBL, SCB, TCAP และกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (CK, PYLON, SCC, BEM) อิงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐฯ

บล.เคทีบี ประเมินว่าเมื่อทรัมป์ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ ผลกระทบต่อตลาดหุ้นระยะสั้น ด้วยมาตรการกีดกันทางการค้า, ต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้นสินค้าต่างๆ (เช่น รถยนต์, โทรศัพท์มือถือ) ที่มีฐานการผลิตในต่างประเทศ รวมถึงการลดระยะเวลาขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นโดยรวม โดยเฉพาะหุ้นที่มี beta สูงหรือหุ้นที่อิงกับภาวะตลาดหุ้นอาจปรับตัวลดลงในช่วงแรกหลังทราบผลเลือกตั้ง แต่ในระยะต่อไปจะมีการประเมินว่า นโยบายของทรัมป์นั้น จะสามารถนำมาใช้จริงได้ในระดับใด เพราะนโยบายที่สุดขั้วแบบนี้ ประชาชนสหรัฐฯที่มีรายได้น้อยของสหรัฐฯ แต่กลุ่มผู้ประกอบการที่มีธุรกิจส่งน่าจะถูกกระทบและเสียประโยชน์จากนโยบายในเชิง nationalism ของทรัมป์ ส่วนหุ้นไทยที่จะได้ผลบวกหากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งได้แก่ TU, CFRESH, BANPU หุ้นที่จะได้ปัจจัยลบ ได้แก่ COM7, TVO