วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้มค่าเงินสัปดาห์นี้อยู่ระหว่าง 34.85-35.10 บาทต่อดอลล์

นักค้าเงินคาดแนวโน้มค่าเงินสัปดาห์นี้อยู่ระหว่าง 34.85-35.10 บาทต่อดอลลาร์ ลุ้นนโยบายทรัมป์ระบุมีโอาสทำบาทอ่อนค่า

นักบริหารเงินจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทวันนี้ (9พ.ย.) เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ หรือแข็งค่าขึ้นประมาณ 10 สตางค์เท่านั้น ระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 34.86-34.96 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 34.92-34.94 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางปริมาณธุรกรรมที่ค่อนข้างปกติ

นายกิตติ เจริญกิจชัยชนะ ผู้บริหารกลุ่มงานขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปริมาณธุรกรรมในตลาดเงินเพิ่มขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย เพราะตลาดมีการเรียนรู้จากเหตุการณ์เบร็กซิทแล้ว ทำให้ตลาดรอดูสถานการณ์มากขึ้น 

“หากดูทางเทคนิคแล้ว เงินบาทอาจแข็งค่า แต่ลูกค้ายังรอดูนโยบายของทรัมป์ และทีมเศรษฐกิจก่อน รวมถึงนโยบายทางการค้าระหว่างประเทศด้วย ในระยะสั้นจึงมองว่าเงินบาทไม่น่าจะแข็งค่าถึงระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์”

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทวันนี้ แข็งค่ากว่าภูมิภาคที่ค่าเงินอ่อนค่า เช่นมาเลเซียและอินโดนีเซียส่วนหนึ่งเพราะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลง

ขณะที่ นักบริหารเงินธนาคารกรุงศรีฯ ระบุว่า หลังการเลือกตั้งสหรัฐ ทรัมป์ชนะคลินตัน แต่ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับ เงินเยน และเงินยูโร ที่ปรับตัวในกรอบที่ค่อนข้างกว้างและผันผวนกว่า ตามสถานะผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 34.91 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยจากช่วงเปิดที่ 34.95 บาทต่อดอลลาร์ ระหว่างวัน เงินบาทอ่อนค่าสูงสุดแตะที่ระดับ 34.96 บาทต่อดอลลาร์และแข็งต่าต่ำสุดที่34.86บาทต่อดอลลาร์ ภาพรวมเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออก จากตลาดหุ้นไหลออกสุทธิ 2,630 ล้านบาท ขณะที่ตลาดบอนด์ไหลเข้าสุทธิ 130 ล้านบาทไม่ได้ไหลเข้ามาก

ในสัปดาห์นี้มองกรอบค่าเงินบาทระหว่าง  34.85-35.10 บาทต่อดอลลาร์ เพราะแม้ทรัมป์จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ระยะถัดไปตลาดยังจับตานโยบายของทรัมป์ที่จะออกมา ยังคาดหวังว่าจะไม่เลวร้ายตามนโยบายที่หาเสียงไว้ และคาดมีโอกาสทำให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าได้

ขณะที่มุมมองที่น่าสนใจถัดไป คือ การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เดือนธ.ค.นี้มีไม่มากเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งต้องรอฟังถ้อยแถลงของเฟดจะไปในทิศทางไหน เพราะแม้นโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์จะเป็นผลดีต่อคนสหรัฐ แต่ในแง่นโยบายการค้าและนโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศ ยังต้องรอดูความชัดเจน อาจมีผลต่อจีนและตลาดเกิดใหม่ที่อาจจะกระทบ