วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ไฟเขียวรับซื้อข้าวโพดกิโลกรัมละ 8 บาท

ครม.ไฟเขียวมาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวตามมติ นบข. พร้อมเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวโพดกำหนดราคารับซื้อ 8 บาทต่อกก.

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีมติเห็นชอบมาตรการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2559/2560 สำหรับชาวนาผู้ปลูกข้าวเจ้าและข้าวปทุมธานี 1 ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.) เช่นเดียวกับการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวหอมมะลิที่ ครม.เห็นชอบไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้ขยายพื้นที่โครงการครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศจากเดิมกำหนดที่ 23 จังหวัดที่ปลูกข้าวหอมมะลิ

สำหรับมาตรการกำหนดราคารับจำนำยุ้งฉางสำหรับข้าวเปลือกเจ้าที่ความชื้นไม่เกิน 15%และสิ่งเจือปนไม่เกิน 2%จะได้รับเงินสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นเงินตันละ 7,000 บาทคิดที่ไม่เกิน 90% ของราคาตลาดขณะนี้ซึ่งอยู่ที่ตันละ 7,800 บาท ขณะที่ข้าวปทุมธานี1 จะได้รับสินเชื่อ 7,800 บาท คิดจาก 90% ของราคาตลาดที่ตันละ 8,700 บาท รวมกับเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวตันละ 2,000บาท จำกัดไม่เกินครัวเรือนละ12,000 บาท และค่าเก็บรักษาข้าวเปลือกในยุ้งฉางตันละ 1,500 บาท รวมแล้วข้าวเปลือกเจ้าจะได้เงินตันละ 10,500บาท และข้าวปทุมธานี1 ตันละ 11,000 บาท

สำหรับวงเงินดำเนินการรวมทั้งสิ้น 18,041 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อ 7,099 ล้านบาท และงบประมาณที่ต้องจ่ายขาด 10,945 ล้านบาท ได้แก่ ค่าเตรียมข้าวขึ้นยุ้งฉางและค่าฝากเก็บ 1,500 ล้านบาท ค่าชดเชยต้นทุนเงิน 331 ล้านบาท ค่าบริหารจัดการ78 ล้านบาท และช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว 9,034 ล้านบาท

นอกจากนี้ครม.ยังเห็นชอบกำหนดให้ข้าวสาลีเพื่อนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้า และต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ 1ต่อ3 คือ ถ้าจะนำเข้าข้าวสาลี 1 ตัน ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ตัน และกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่กิโลกรัมละ 8 บาท โดยใช้ราคาที่หน้าโรงงาน

เนื่องจากที่ผ่านมาราคาข้าวโพดตกต่ำ ประเทศไทยมีความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีละ 7-8 ล้านตัน แต่ผลิตได้ปีละ4 - 4.5 ล้านตัน จึงต้องนำเข้าวัตถุดิบอื่น เช่น ข้าวสาลีเข้ามาทดแทน แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาราคาข้าวสาลีในตลาดโลกลดลงจนถูกกว่าราคาข้าวโพดในประเทศแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์หันไปนำเข้าข้าวสาลีมากขึ้น โดยปี 2558 นำเข้ามาประมาณ 3.9 ล้านตัน สำหรับปีนี้9 เดือนแรกนำเข้ามาแล้ว2.77 ล้านตัน

ด้านนายลักษณ์ วจนานวัช กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า หลังจากครม.อนุมัติทำโครงการ สินเชื่อชะลอการขายข้าวปทุม และข้าวเจ้าทั่วไปเพิ่มเติม จากเดิมที่อนุมัติให้ทำโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวในส่วนของข้าวหอมมะลิแล้ว ธ.ก.ส.จะทำเรื่องขออนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ในเร็วๆนี้ หลังจากนั้นก็ดำเนินโครงการได้ทันที

โดยสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกหอมนาปี และข้าวขาวทั่วไป เป้าหมาย 1 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 8,797.48 ล้ายบาท ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวเปลือก ใช้วงเงิน 9,243.51 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินที่ใช้ในโครงการนี้ 18, 041 ล้านบาท

“ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องเพียงพอในการทำโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา อีกทั้งเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวนั้น ใช้เงินงบประมาณ แต่ให้ธ.ก.ส. สำรองจ่ายก่อน แล้วรัฐบาลจะตั้งงบประมาณจ่ายคืนให้ในปีงบประมาณถัดไป”

ทั้งนี้โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าว ทั้ง 2โครงการ มีเป้าหมายรวมกัน 3 ล้านตัน เป็นข้าวหอมมะลิ 2 ล้านตัน และข้าวปทุมและข้าวเจ้าทั่วไป 1 ล้านตัน อย่างไรก็ตามในส่วนของข้าวปทุมและข้าวเจ้าอาจจะมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการไม่มากนัก เพราะโดยปกติชาวนาจะไม่มียุ้งฉาง และลานตากข้าวแล้ว เป็นข้าวที่เกี่ยวแล้วขายเลย แต่ที่รัฐบาลให้ทำโครงการออกมา เผื่อให้สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกร ที่ทำธุรกิจรวบรวมข้าวจากชาวนาอยู่แล้วมาเข้าร่วมโครงการ