จากบทวิเคราะห์ขององค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของไทย มี“ข้อสรุป”ที่คล้ายคลึงกันคือการเจริญเติบโตของ“เศรษฐกิจโลก”จะอยู่ในสภาวะ
“ชะลอตัว"ต่อเนื่องยาวนาน มีสาเหตุจาก การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วขาดความยั่งยืน การซบเซาของการค้าระหว่างประเทศ ความผันผวนของตลาดการเงินและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น
สำหรับสถานการณ์ของไทย อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจเติบโตขึ้นเล็กน้อยที่ 3% ในปี 2559 เป็นผลมาจาก ปัจจัยบวกหลายด้าน อาทิ การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ราคาพืชผลและพลังงานที่ดีขึ้น การขยายตัวอย่างต่อเนื่องในด้านการลงทุนจากทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม อนาคตเศรษฐกิจไทยยังมีความผันผวน จากปัจจัยเสี่ยงภายนอก ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญปัญหากับดักรายได้ปานกลาง การสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันที่เคยเป็นตัวขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัจจัยเหล่านี้จะสร้างแรงกดดันต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
กรณีที่นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง และในกรณีเลวร้าย อาจจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ดังนั้นการรับรู้และเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันสำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการในประเทศไทย รวมไปถึงการคาดการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจในอนาคตเป็นสิ่งจำเป็น
จากประสบการณ์่ของ“ดีลอยท์ (ประเทศไทย)”พบว่าการบริหารจัดการในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวนั้น ขั้นตอนการพัฒนากลยุทธ์ควรเริ่มต้นจากการประเมินสถานการณ์ผู้บริหาร และผู้ประกอบการควรตระหนักเสมอว่า แนวทางปฏิบัติจะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และระยะเวลาการวางแผนที่ผิดพลาด แทนที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่กลับจะเป็นการทำให้องค์กรเสียโอกาสที่จะแข่งขันกับคู่แข่งในอนาคต
ในทางกลับกันหากเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นเวลานาน และมีความรุนแรงจนทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่จะล้มละลาย การที่องค์กรไม่มีการวางแผนเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ และการบริหารด้านการเงินที่ดีพอ จะส่งผลให้องค์กรสูญเสียโอกาสที่จะก้าวกระโดดไปข้างหน้าในวันที่เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวอีกครั้ง
เพื่อที่จะบริหารจัดการในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารที่ทำหน้าที่ กำหนดนโยบาย จำเป็นต้องทำงานรวมกันเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ในอนาคต ระยะเวลา และความรุนแรงของเหตุการณ์ และความน่าจะเป็นที่แต่ละเหตุการณ์จะเกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ควรจะมีการนำแผนการเงินไปทำการทดสอบภาวะวิกฤตเพื่อช่วยประเมินผลกระทบความเสี่ยงทางการเงิน ภายใต้ข้อสมมติของแต่ละเหตุการณ์
กรณีเศรษฐกิจชะลอตัวระยะสั้นๆ และผลกระทบเบา การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น คือ สิ่งที่ผู้บริหารและผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรกในกรณีที่มีผลกระทบปานกลาง องค์กรควรมุ่งเน้นไปที่การจัดการด้านบุคลากร เช่น การจ้างงาน การอบรม และการกำหนดค่าตอบแทนต้องดำเนินการอย่างรัดกุมในกรณีที่เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างหนักและเข้าสู่ภาวะถดถอยองค์กรจะต้องควบคุมเรื่องค่าใช้จ่ายและการลงทุน อย่างรัดกุม
อย่างไรก็ตามผู้บริหารและผู้ประกอบการสามารถมองภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นเหมือนโอกาสสำหรับการปรับปรุงองค์กร และหาโอกาสขยายธุรกิจเช่น การนำเอาเทคโนโลยีหรือแนวทางบริหารแบบใหม่มาปรับใช้แทนรูปแบบเดิมเป็นต้น
ทั้งนี้ การลงทุนต่างๆ ควรคำนึงถึงเรื่องความเสี่ยงในการหมุนเวียนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเป็นหลัก ซึ่งก็จะแตกต่างไปตามระดับความรุนแรงและระยะเวลาที่คาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว
กล่าวโดยสรุป จากที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง ผู้บริหารและผู้ประกอบการ จะต้องเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ ถึงแม้ว่า ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยปกติแล้ว จะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อการดำเนินงานและผลประกอบการของธุรกิจ แต่ในหลายสถานการณ์ นำมาซึ่งโอกาสที่บริษัทจะสามารถเติบโตในอนาคต
องค์กรที่สามารถคาดการณ์แนวโน้มและความรุนแรงของภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งเข้าใจถึงผลกระทบและโอกาสที่จะเกิดขึ้น จะสามารถพัฒนาและบริหารจัดการภายใต้สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความได้เปรียบในการแข่งขันในวันที่เศรษฐกิจกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง








