วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวั่นเลือกตั้งสหรัฐ แนะเก็บ‘กองเฮลท์แคร์’

ท่ามกลางความกังวลต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8พ.ย.นี้ ในระยะหลังเริ่มมีโพลล์หลายแห่งสะท้อนว่านายโดนัลด์ ทรัมป์


เริ่มมีคะแนนตีตื้นนางฮิลลารี คลินตัน และมีคะแนนนำในบางโพลล์  ความไม่แน่นอนเหล่านี้ส่งผลต่อการลงทุนทั่วโลก

กองทุนห่วงเลือกตั้งสหรัฐพลิกล็อก

นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า  หากพลิกล็อกนายทรัมป์ได้รับเลือกตั้งคาดว่าผลกระทบจะคล้ายกับ Brexit ที่ตลาดเกิดการตื่นตระหนก เพราะนโยบายหลักของนายทรัมป์ สามารถถูกนำไปปฏิบัติได้โดยไม่ต้องถูกรับรองจากรัฐสภา ต่างจากแผนโครงสร้างพื้นฐานของนางคลินตัน โดยตลาดอาจผันผวนในช่วงแรก และคงมีการปรับตัว แต่จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐให้ปรับตัวขึ้น ด้วยนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อคนสหรัฐเป็นหลัก ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์น่าจะแข็งค่าขึ้นด้วยนโยบายการเงินของนายทรัมป์ที่เป็นนโยบายเชิงรุกมากกว่า อาจจะทำให้แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดเร็วขึ้นกว่าที่คาด เพราะนายทรัมป์ยังมองว่าอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ระดับต่ำจนเกินไป

นโยบายสุขภาพไม่สะเทือนกองเฮลท์แคร์

ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์นั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากผลของการเลือกตั้งมากนัก และเชื่ว่ามองเฮลท์แคร์ยังเป็นธีมการลงทุนในหุ้นที่น่าจะปรับตัวดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาปรับลดลงไปมากแล้ว ขณะที่กองทุนเฮลท์แคร์ จะลงทุนในธุรกิจยาที่เป็นยารักษาโรคร้ายแรงและเป็นยาที่มีสิทธิบัตร อีกทั้งสังคมสูงวัยยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ยังส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มดังกล่าวในระยะยาว  ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทใช้กลยุทธ์เลือกลงทุนหุ้นกลุ่มบริการสุขภาพทั่วโลก (Global Healthcare) ที่ยังมีความผันผวนต่ำและให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมีWellington Management ที่เชี่ยวชาญการลงทุนธุรกิจเฮลท์แคร์ทั่วโลก ดังนั้นในช่วงที่ภาวะตลาดผันผวน ยังแนะนำกองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล เฮลท์แคร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (UHCRMF)

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการและประธานบริหารการลงทุนตราสารทุน บลจ. กสิกรไทย มองว่า ห่วงการเลือกตั้งประธานธิบดีสหรัฐขณะนี้ตลาดค่อนข้างชื่นชอบนางคลินตันมากกว่านายทรัมป์ถ้าสมมติว่าทรัมป์ได้ตลาดคงโดนเทขายบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องรอดูนโยบายของนายทรัมป์ที่จะประกาศออกมาจะเหมือนกับนโยบายที่หาเสียงไว้หรือไม่  ซึ่งหวังว่าจะคล้ายกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ที่แม้ว่าตลาดจะตื่นตระหนกช่วงแรงแต่ นายดูเตอร์เตผู้ชนะการเลือกตั้งก็มีท่าทีเปลี่ยนไป และไม่ ดุดันเหมือนตอนหาเสียงทำให้ตลาดกลับมาเร็วและแรงพอสมควร

ส่วนนโยบายด้านสุขภาพของทั้งสองฝ่ายแม้ว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจะส่งกระทบต่อราคาหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ยังต่ำกว่าราคาตลาด แต่ไม่ได้ส่งผลต่อกองทุนเฮลท์แคร์ เพราะนโยบายนั้นเกี่ยวข้องกับยาสามัญที่คนทั่วไปซื้อเป็นหลัก ในขณะที่กองทุนเฮลท์แคร์ จะลงทุนในธุรกิจยาที่เป็นยารักษาโรคเฉพาะทาง

  ธีมปีหน้าแนะซื้อกองเฮลท์แคร์RMF

 นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป(ประเทศไทย)  มองว่า กองทุนเฮลท์แคร์ในช่วงที่เหลือปีนี้และปีหน้ายังเป็นธีมที่น่าสนใจ แม้ว่าปีก่อนจะนิยมลงทุนกันมาขณะที่ปีนี้ผลตอบแทนกลับปรับลดลงและยังต่ำอยู่นั้น หากจะมองเป็นการลงทุนระยะยาวอย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(RMF) ก็ให้ถือต่อและหากมีโอกาสในจังหวะนี้ให้ซื้อเพิ่มด้วยยิ่งดี

แนะกองทุน KF-Healthcare บลจ. กรุงศรี ,B-care บลจ. บัวหลวง, SCB-GHCบลจ. ไทยพาณิชย์เป็นต้น โดยมีนโยบายการลงทุนและผลตอบแทนแตกต่างกัน ตามแต่ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแล เช่น ในช่วงตลาดขาลง wellington จะดีกว่า JP Morgan ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าในช่วงตลาดขาขึ้น

สำหรับ JP Morgan จะลงหุ้นเฮลท์แคร์ในกลุ่มไบโอเทค เมื่อเทียบ Wellington จะลงหุ้นในกลุ่มเฮลธ์แคร์เซอร์วิสที่หลากหลาย เช่น โรงพยาบาล สาธารณสุขและบริการสุขภาพ ดังนั้นเมื่อเป็นช่วงตลาดขาลงของ บลจ. บัวหลวง จะให้ผลตอบแทนดีกว่า แต่ถ้าเป็นช่วงตลาดขาขึ้นจะกลับข้าง ของบลจ. กรุงศรี จะให้ผลตอบแทนดีกว่า

ดังนั้นถ้านักลงทุนมองแง่ความระมัดระวังบลจ.บัวหลวงจะดีกว่า แต่ถ้ามองว่าได้ลงทุนในราคาถูกแล้วในช่วงราคาตกแรงๆมองว่า บลจ.กรุงศรีน่าสนใจมากกว่า หรือสามารถจะมีทั้งสองรูปแบบเลยก็ได้

อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนควรลงทุนสัดส่วนไม่เกิน10%ของพอร์ตลงทุนสำหรับกระจายความเสี่ยง เมื่อมีสัดส่วนลงทุนไม่มาก ผู้ลงทุนควรจะเลือกลงทุนแบบใดแบบหนึ่ง จะสร้างตอบแทนในระยะยาวหรือจะหวังผลตอบแทนในแต่ละช่วงเวลา