วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 4 พฤศจิกายน 2559

ราคาน้ำมันดิบปรับลดจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานล้นตลาดและตลาดทุนสหรัฐ ที่อ่อนตัว

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่อเนื่อง หลัง Genscape เผยถึงปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่คุชชิ่ง โอกลาโฮม่า ปรับเพิ่มขึ้นราว 1.2 ล้านบาร์เรล เป็นการเพิ่มแรงกดดันให้ตลาดในเชิงของอุปทานต่อเนื่องจากเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานถึงปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ต.ค. 59 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 14.4 ล้านบาร์เรล

- ขณะที่นักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อตกลงว่าด้วยการปรับลดลงหรือการคงกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศโอเปค (OPEC) ว่าอาจจะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากโอเปคยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของกลุ่มประเทศสมาชิกว่าจะต้องปฏิบัติกับข้อตกลงนี้อย่างไร การประชุมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. นี้อาจไม่ได้มีผลสรุปที่ชัดเจน

- ตลาดทุนที่อ่อนตัวลงในสหรัฐ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันดิบ หลังดัชนีหุ้น S&P 500 ดิ่งลงต่อเนื่องเป็นเวลา 8 วัน เนื่องจากราคาหุ้นของ Facebook ซึ่งเป็นบริษัท Online Social Media ที่ใหญ่ที่สุดในโลกปรับตัวลดลงราวร้อยละ 5.7 หลังผลประกอบการในไตรมาส 4 มีแนวโน้มอ่อนตัว ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่กำลังจะมาถึงระหว่าง Hillary Clinton (พรรค Democrat) และ Donald Trump (พรรค Republican) ส่งผลให้มีความเชื่อมั่นต่อการลงทุนน้อยลง

+ กำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศไนจีเรียที่กำลังฟื้นตัวกลับต้องหยุดชะงัก หลังกองกำลังทหารสั่งปิดท่อขนส่ง Trans Forcados เนื่องจากเกิดการโจมตีจากผู้ก่อการร้าย ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมของประเทศปรับลดลงอย่างน้อย 200,000 บาร์เรลต่อวัน และการส่งออกน้ำมันผ่านทางท่อขนส่งนี้ต้องหยุดชะงักลง

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในประเทศเวียดนามกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงหน่วยผลิตน้ำมันเบนซินเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่การทำสัญญาว่าด้วยปริมาณการนำเข้าน้ำมันเบนซินของประเทศอินโดนีเซียในปี 2560 ยังคงไม่ชัดเจน

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ แต่ตลาดน้ำมันดีเซลค่อนข้างทรงตัวและได้รับผลกระทบน้อยมากจากเหตุการณ์ที่ท่อขนส่งน้ำมัน Colonial ทางตะวันออกของสหรัฐระเบิด แม้ว่าการส่งออกน้ำมันดีเซลจากประเทศจีนจะปรับเพิ่มขึ้นแต่การฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในภูมิภาคยังคงคลอบคลุม

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

        ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 44-49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

        ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงของกลุ่มโอเปคที่กำหนดเพดานการผลิตไว้ที่ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรล เนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน หลังกลุ่มโอเปคไม่สามารถตกลงเกี่ยวกับรายละเอียดของมาตรการลดกำลังการผลิตในการประชุมวันที่ 28 – 29 ต.ค. ประกอบกับ อุปทานจากลิเบีย และ ไนจีเรียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประเทศนอกกลุ่มโอเปค เช่น บราซิล และ คาซัคสถาน เนื่องจากมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยกลุ่มโอเปคจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ย. นี้

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคคาดการณ์โดยสำนักข่าว Reuters มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ มาสู่ระดับ 33.83 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค. จากระดับ 33.69 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. โดยเพิ่มขึ้นจากไนจีเรีย ลิเบีย และ อิรัก ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลมากขึ้นว่าข้อตกลงของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคจะไม่ประสบความสำเร็จ


                                                            -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999