ททท.ดึงผู้จัดการผลิตภัณฑ์ทัวร์จีน 106 ราย บินร่วมเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวไทย พร้อมแจง 7 มาตรการปราบทัวร์ต่ำกว่าทุน พร้อมจับคู่ทำตลาดคุณภาพ
หลังรัฐบาลประกาศปราบปรามทัวร์ต่ำกว่าทุน หรือ ทัวร์ศูนย์เหรียญ สู่ทัวร์คุณภาพ ในช่วงของการปรับตัว ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทยลดจำนวนลง รัฐจึงต้องเร่งหาแนวทางกระตุ้นตลาดคุณภาพเพื่อถ่วงดุลสถานการณ์
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนยังถือเป็นตลาดที่สำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย พร้อมกับยังเชื่อมั่นว่าตลาดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย 9.1 ล้านคน รักษาระดับการเติบโตกว่า 14% ไว้ได้
อย่างไรก็ตาม จากการที่รัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายปราบทัวร์ราคาต่ำกว่าทุน (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) ที่สร้างปัญหาด้านการท่องเที่ยวในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย จำเป็นต้องดำเนินการไปพร้อมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดคุณภาพ
โดยวานนี้ (3 พ.ย.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดกิจกรรม Product Manager Business Trip 2016 และ Quality Tourism Product Manager Trade Meet 2016 ด้วยการนำตัวแทนบริษัทนำเที่ยว (ทัวร์) ชั้นนำในตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว ที่มีอำนาจในการตัดสินใจกำหนดโปรแกรมท่องเที่ยว มาสำรวจเส้นทางชลบุรี, ระยอง, เกาะสมุย และกรุงเทพฯ พร้อมกับร่วมเจรจาธุรกิจที่พัทยา และ กรุงเทพฯ โดยเชิญผู้ประกอบการไทยมาเข้าร่วมเสนอขาย 100 รายที่พัทยา และ 150 รายที่กรุงเทพฯ
7 มาตรการปราบศูนย์เหรียญ
นอกจากนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ยังย้ำมาตรการสำคัญ 7 เรื่องที่รัฐบาลกำหนดขึ้นมาให้บริษัททัวร์จีนรับทราบและนำไปปรับแผนดำเนินธุรกิจให้เข้ากับข้อกำหนดใหม่ ได้แก่
1.การกำหนดอัตราค่าบริการนำเที่ยว โดยห้ามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจัดบริการนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยไม่ได้รับค่าบริการหรือรับค่าบริการในอัตราที่เห็นได้ว่าไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ อัตราค่าบริการต้องไม่ต่ำกว่า 200 หยวนต่อคนต่อคืน (ราว 1,000 บาท) ตามประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เรื่องหลักเกณฑ์ การกำหนดอัตราค่าบริการนำเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศ (เฉพาะตลาดจีน) พ.ศ.2559
2.ห้ามเก็บค่าออพชั่นทัวร์ (ทัวร์เสริม) ล่วงหน้าในประเทศจีน และการขายออพชั่นในไทยราคาต้องไม่เกิน 600 หยวน (3,000 บาท) ต่อคนต่อทริป 3.ต้องควบคุมคุณภาพสินค้าและราคาเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของนักท่องเที่ยว 4.เสนอขายแพ็คเกจคุณภาพตลาดจีนได้ 3 ระดับ ได้แก่ ซิลเวอร์, โกลด์ และแพลตินั่ม โดยให้เป็นไปตามกลไกตลาดและสภาพการแข่งขัน
5.บริษัทนำเที่ยวต้องใช้มัคคุเทศก์ถูกต้องตามกฎหมาย 6.ขอให้ช่วยจัดโปรแกรมกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น 7.ขอความร่วมมือในการทำการค้าอย่างมีจรรยาบรรณ
จับคู่“ไทย-จีน”ทำทัวร์คุณภาพ
นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้จัดการผลิตภัณฑ์จากบริษัททัวร์จีนและผู้ประกอบการทัวร์ไทย จัดให้หมุนเวียนการพูดคุยทั่วถึงรอบละ 8 นาที ซึ่งการคัดเลือกกรุงเทพฯ และ พัทยา เนื่องจากเป็นจุดหมายหลักที่ทัวร์ต่ำกว่าทุนมักเดินทางไป
โดยที่ผ่านมาทัวร์จีนอาจยังไม่มีการรับรู้ในวงกว้างถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมที่จะเสนอสินค้าที่ดีในหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นการเจรจาธุรกิจครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้เอเยนต์จีนเลือกพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อไปผลิตเป็นแพ็คเกจคุณภาพเสนอตลาดได้หลังจากนี้
10 เดือนจีนเที่ยวไทย 7.6 ล้านคน
สำหรับนักท่องเที่ยวจีนมาไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ 7.6 ล้านคน และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2559 จะทำได้ราว 8.4 ล้านคน ตามเป้าหมาย เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งทำไว้ 7.9 ล้านคน
โดยยอมรับว่า ผลกระทบจากการปราบทัวร์ต่ำกว่าทุน ทำให้ต้องลดการคาดการณ์ลงเพราะนักท่องเที่ยวจีนจะไม่ถึง 10 ล้านคน ตามที่เคยประเมินไว้ก่อนมีมาตรการทัวร์ศูนย์เหรียญ
แต่ขณะเดียวกัน จะร่วมมือกับภาคเอกชนที่พร้อมทำตลาดคุณภาพเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้น อาทิ สายการบินในเครือนกแอร์ ที่เข้าพบนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อแสดงความพร้อมในการจัดทำแพ็คเกจคุณภาพ
“สถานการณ์ตลาดจีนในขณะนี้ ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบบ้างจากการวางมาตรการป้องกันทัวร์ราคาต่ำกว่าทุน แต่สำหรับตลาดจีนปีนี้อย่างไรก็ยังเติบโตกว่าปีก่อน ขอให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวปรับตัว โดยเชื่อว่าระยะยาวจะทำให้รายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างช่วงปราบปราม อาจยังมีผู้ที่ลักลอบทำผิดกฎหมายบ้าง ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่กวาดล้าง ไม่ให้เกิดภาวะตื่นตระหนกและหยุดการซื้อขายไปทั้งหมด”
เร่งกระตุ้นรายได้อินเดีย-อาเซียน
นอกจากนั้น เพื่อรักษาระดับรายได้ท่องเที่ยวให้เท่ากับเป้าหมายเดิม นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.ได้มอบนโยบายให้เร่งกระตุ้นรายได้จากตลาดอื่นๆ เข้ามาทดแทนด้วยการตั้งเป้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอินเดีย ที่สายการบินจากไทยขยายเส้นทางเข้าเมืองรองจำนวนมาก เช่น ไทยสมายล์ บินจากกรุงเทพฯ-ลัคนาว ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพในทางเศรษฐกิจและตั้งแต่ ม.ค.-ส.ค.ตลาดอินเดียมาไทยแล้วกว่า 7.98 แสนคน เพิ่ม 13.89% เช่นเดียวกับตลาดอาเซียน ที่น่าจะเป็นกำลังซื้อที่มาทดแทนได้ เพราะยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ใน8เดือนแรกเดินทางเข้ามาแล้ว 5.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10.2%
หวั่นลักลอบทำ“ศูนย์เหรียญ”
แหล่งข่าวระดับสูงจากธุรกิจทัวร์จีน ยอมรับว่าขณะนี้บริษัททัวร์ได้รับผลกระทบจากลูกค้าชาวจีนลดลงซึ่งเป็นผลจากมาตรการกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มที่พยายามปรับตัวมาทำทัวร์ที่มีการกำหนดราคา (Tour Fares) ขั้นพื้นฐานตามกลไกตลาดทั่วไปนั้น ยังรับกับภาวะการหดตัวดังกล่าว่ได้ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นช่วงที่ไทยต้องผ่าตัดระบบ จำเป็นต้องมีผลกระทบเกิดขึ้นบางในระยะสั้น
แต่ทั้งนี้ สิ่งที่กังวลมากกว่า คือ ขณะนี้เริ่มมีผู้ประกอบการลักลอบรับทัวร์ในรูปแบบศูนย์เหรียญเข้ามาในไทยเช่นเดิม ลองเสี่ยงทำผิดกฎหมายเพราะไม่มีมาตรการกวาดล้างจับกุมที่เข้มงวดตามมาหลังจากวางมาตรการเชิงป้องกันไว้แล้ว ซึ่งจะส่งผลกระทบในการจัดระเบียบครั้งนี้ เพราะผู้ประกอบการที่ตั้งใจทำทัวร์คุณภาพ ไม่สามารถแข่งดึงลูกค้าเข้ามาได้ เพราะต้องเสนอราคาที่สูงกว่า
ทั้งนี้ ธุรกิจทัวร์ที่ทำถูกต้องจึงแสดงความกังวลร่วมกันว่า หากภายในเดือน พ.ย.นี้ที่ยังไม่เข้าสู่ช่วงไฮซีซันเต็มตัวสำหรับตลาดจีน หากยังไม่มีการจับกุมทัวร์ศูนย์เหรียญที่ยังเล็ดลอดอยู่ในตลาดขณะนี้ จะฉุดให้ธุรกิจทัวร์ในภาพรวมเสียหายไปด้วยในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค.ซึ่งเป็นช่วงการเตรียมการขายก่อนเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน เพราะคนที่ทำทัวร์มีราคาขั้นต่ำจะเสียทั้งตลาด และอาจจะหมดกำลังใจในการให้ความร่วมมือกับรัฐในการปรับตัวเข้าสู่โครงสร้างตลาดใหม่






